นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า หลังจากมีผู้บริจาคสิ่งของทั้งยาและเวชภัณฑ์มาให้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จำนวนมาก ตนจึงได้มีการตั้งคณะกรรมการบริหารเวชภัณฑ์ ทำหน้าที่ในตรวจสอบคุณภาพเวชภัณฑ์ที่ได้รับ และกระจายสิ่งของให้กับโรงพยาบาล

ทั้งนี้หากขอสิ่งใดไม่ได้คุณภาพ หรือไม่ปลอดภัยทางกระทรวงฯ ก็จะไม่แจกจ่าย ให้กับบุคลากร หรือประชาชน พร้อมทั้งจะมีการแจ้งให้ผู้มาบริจาคทราบ เพราะเข้าใจว่าผู้บริจาคมีเจตนาอันดี อยากให้นำสิ่งของเหล่าให้ใช้ประโยชน์สูงสุด

สำหรับกรณีที่มีการพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่ทำงานที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขจะดูแลอย่างเต็มที่ และไม่อยากให้เกิดความตื่นตระหนกในกลุ่มคนทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล หรือกระทรวงสาธารณสุข เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค ยังไม่รู้ว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นในที่ใด ส่วนเรื่องความตื่นตัวของประชาชนในการในการปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ในการมีระยะห่างอย่างเหมาะสม 1-2 เมตร หรือ Social Distancing หรือ การอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ นั้น พบว่า ในส่วน ของการมีระยะห่างพบว่า มีประชาชนสามารถปฏิบัติได้ ร้อยละ 70 ส่วนการอยู่บ้าน นั้น พบว่า ประชาชน ทำได้ร้อยละ 40 ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบจากอัตราการใช้รถใช้ถนนในวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้หากอยากให้การควบคุมโรค สำเร็จ ประชาชนต้องเพิ่มความร่วมมือมากกว่า ในส่วนของระยะห่าง ให้ได้ร้อยละ 70

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่มีกระแสข่าวทุจริตชุดตรวจทดสอบโควิด-19 ที่อาจมีข้าราชการ และคนใกล้ชิดนักการเมืองเกี่ยวข้องนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มอบให้รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพราะหากพูดถึงคำว่านักการเมืองในกระทรวงสาธารณสุข ก็มีแต่ตนและนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ. เท่านั้น ซึ่งเราทั้งคู่ ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน