นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงมาตรการในการดูแลไข่ไก่ในประเทศขณะนี้ว่า เพื่อทำให้ไข่ไก่ไม่ขาดตลาด หลังจากความต้องการของประชาชนในการบริโภคเพิ่มสูงขึ้นเป็น 3 เท่าตัว ในช่วงที่เกิดภาวะตื่นตระหนก โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการพิจารณาร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการขยายเวลาการปลดแม่ไก่ยืนกรงให้ช้าลงจาก 72 เป็น 80 สัปดาห์ เพื่อทำให้ปริมาณไข่ไก่ยังคงออกสู่ตลาดสม่ำเสมอ

และขยายเวลาในเรื่องของการห้ามส่งออกไข่ไก่ออกไปอีก 30 วันจากเดิมที่จะครบกำหนด 7 วันที่มีการสั่งห้ามส่งออกเดิมในวันพรุ่งนี้ เพื่อทำให้ปริมาณไข่ไก่ ในการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น และหากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติก็พร้อมที่จะสั่งระงับการห้ามส่งออกทันที

แล้วสำหรับการกระจายไข่ไก่ให้ถึงมือประชาชนนั้น ได้ขอความร่วมมือให้ทางผู้ประกอบการห้างค้าส่งค้าปลีก เร่งรัดไปยังศูนย์กระจายสินค้า ให้นำส่งสินค้าไปยังปลายทางให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจำกัดการซื้อของประชาชน ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อที่จะกระจายไข่ไก่ให้กับประชาชนได้จำนวนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับการตรวจสอบดำเนินคดีกับผู้ค้า โดยเฉพาะผู้ค้าต้นน้ำและกลางน้ำที่มีการกักตุนและขายไข่ไก่เกินราคาสมควร ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เจ้าหน้าที่จะมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับผลกระทบ ซึ่งในขณะนี้ได้มีการดำเนินคดีไปแล้วหลายรายและจะยังคงเข้มงวดกับการตรวจสอบต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยทางกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการกำหนดราคาขาย ไข่คละหน้าฟาร์มอยู่ที่ 2.80 บาท/ฟอง ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก ฟาร์มต่างๆเป็นอย่างดี เพราะถือเป็นราคาที่ผู้ผลิตรับได้และไม่ได้ขาดทุน ซึ่งการผลิตไข่ไก่เวลานี้เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 40-41 ล้านฟอง และส่วนใหญ่ประมาณ 39 ล้านฟอง บริโภคในประเทศ