นางประภาศรี สุฉันทบุตร สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า เหตุการณ์จลาจลเผาเรือนจำบุรีรัมย์ของนักโทษเพื่อหลบหนี เนื่องจากมีข่าวลือนักโทษบางคนติดเชื้อโควิด-19 เมื่อ 29 มีนาคม จะนำไปสู่การเลียนแบบของนักโทษเรือนจำอื่นๆ เพราะเกรงจะติดเชื้อจากนักโทษในเรือนจำเดียวกันหรือจากเจ้าหน้าที่ผู้คุม เนื่องจากอยู่กันอย่างแออัด ไม่มีการป้องกันที่ดี กรมราชทัณฑ์จึงควรวางมาตรการสั่งการและตรวจตราให้มากขึ้นกว่าปกติ ที่ผ่านมาก่อนโควิดระบาดก็ยังมีนักโทษก่อเหตุจลาจลหลบหนีจากเรือนจำ

นางประภาศรีกล่าวว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ควรมีคำสั่งไปถึงเรือนจำทุกแห่งทั่วประเทศให้ญาติงดเยี่ยมผู้ต้องขังตั้งแต่วันที่18-31มีนาคม เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าลุกลามเข้าเรือนจำที่มีผู้ต้องขัง 380,000 คน ถึงวันนี้เหลืออีกเพียงวันเดียวก็ครบกำหนด อยากถามว่า เรือนจำแต่ละแห่งได้เตรียมการป้องกันการแพร่เชื้อเมื่อญาติมาเยี่ยมผู้ต้องขังไว้พร้อมแล้วหรือยัง ไม่ว่าจะเป็นจุดตรวจวัดไข้ การให้ความรู้ต่างๆ การเข้มงวดกรณีญาติและผู้ต้องขังไม่สวมหน้ากากอนามัย การบริการเจลล้างมือ ต้องเข้าใจว่าเมื่อเปิดให้เยี่ยมได้ทั้งๆที่อยู่ในช่วงการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดเมือง ล็อคดาวน์ จังหวัดจะต้องมีคนมาแออัดกันจำนวนมาก โอกาสที่เชื้อโรคจะแพร่ติดต่อกันย่อมเกิดขึ้นได้ ดังนั้น การเลื่อนเวลาเยี่ยมออกไปอีก 1 เดือนคือ 1 พฤษภาคม น่าจะปลอดภัยดีกว่าหรือไม่

” จากข่าวตามสื่อ มีผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำติดเชื้อโควิด-19 ผลการกักตัวและการตรวจรักษาออกมาแล้วหรือยังกรมราชทัณฑ์ควรแจ้งให้สังคมได้รับทราบ เป็นธรรมดาที่ญาติพี่น้องย่อมต้องเป็นห่วงผู้ต้องขังที่เป็นญาติจะติดเชื้อ เจ้าหน้าที่เรือนจำก็กลัวความเครียดต่างเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายในเรือนจำซึ่งมีผู้ต้องขังรวมกันอยู่เกินจำนวนที่จะรับได้บนเรือนนอน นักโทษต้องนอนเรียงเป็นแถวติดๆกัน ทุกคนมีหน้ากากใส่หรือไม่ ถ้ามีใครติดเชื้อสักคน เชื้อก็อาจระบาดไปสู่คนอื่น” นางประภาศรีกล่าว