นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ รายงานผลการจับกุมดำเนินคดีผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ ที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ณ วันที่ 26 มีนาคม 2563 จำนวน6ราย ทั้งหมดเป็นร้านค้าทั่วไปในต่างจังหวัดได้แก่ จังหวัดเลย 1 ราย ข้อหาขายหน้ากากอนามัยเกินราคาควบคุม จังหวัดจันทบุรี 1 ราย ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคา จังหวัดลำปาง 1 ราย และจังหวัดชัยภูมิ 1 ราย เป็นการกระทำความผิดข้อหาขายหน้ากากอนามัยแพงเกินสมควร ทั้งนี้ยังพบการกระทำความผิดข้อหาขายแอลกอฮอล์แพงเกินสมควร ในจังหวัดภูเก็ต 2 ราย อีกด้วย ส่วนในกรุงเทพฯ ไม่พบการกระทำความผิดเพิ่มเติม สำหรับภาพรวมในพื้นที่ต่างๆ สถานการณ์ราคาหน้ากากอนามัยธรรมดา(เขียว/ขาว) จำหน่ายในราคา 2.50 บาท/ชิ้น ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร.

โดยสถิติการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดถึงวันที่ 26 มีนาคม 2563 มีการจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว รวมทั้งสิ้น 216 ราย แบ่งเป็นการจับกุมในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 109 ราย และในต่างจังหวัด 107 ราย นอกจากได้จับกุมคนขายหน้ากากอนามัยแพงอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศแล้ว ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ยังได้ตรวจสอบจับกุมผู้กระทำความผิดขายเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ และแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม ในข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาและข้อหาขายแพงเกินสมควรอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการด้วย

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้เน้นย้ำเรื่องการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นสินค้าควบคุม หากพบขายแพงเกินสมควรก็มีความผิดในข้อหาขายสินค้าแพงเกินสมควรตามมาตรา 29 จึงขอให้ผู้ค้าสินค้าทั้งหลายห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยเด็ดขาด สำหรับโทษที่ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ในข้อหาขายเกินราคาควบคุม จะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาขายมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ในข้อหาขายแพงเกินสมควรมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท และหากเป็นผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายก็ต้องแจ้งปริมาณการถือครองสินค้าต่อกรมการค้าภายใน หากฝ่าฝืนจะมีความผิดซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ด้วย

โดยหากพบเห็นผู้กระทำผิด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือเว็บไซต์กรมการค้าภายในwww.dit.go.th กระทรวงพาณิชย์