นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้ปิดพื้นที่อาคารรัฐสภา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับทราบในข้อเสนอดังกล่าว แต่มีสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. บางคนที่เสนอให้เลื่อนสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไป แต่ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้เพราะการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยหากถึงวันที่ต้องเปิดสมัยประชุมแล้วยังมีสถานการณ์โรคระบาด ก็สามารถงดการประชุมแล้วกำหนดประชุมในวันอื่นแทนได้ แต่สมัยประชุมยังคงต้องเป็นไปตามปกติ โดยจะต้องติดตามสถานการณ์ด้านสาธารณสุขก่อนตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ตนเองได้ทำหนังสือถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งยังต้องออกงานในพื้นที่ ให้ระมัดระวังตัวเอง เนื่องจากหากมี ส.ส. คนใดติดเชื้อ ก็จะกระทบถึงชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นการส่งหนังสือเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ ที่ได้บอกให้ ส.ส. ให้ข้อมูลสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กับชาวบ้านในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้ป้องกันและระมัดระวังตัวเอง

ทั้งนี้นายชวน ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมคณะกรรมาธิการ หรือ กมธ. การสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ซึ่งได้ทำการประชุมทางไกล หรือ Teleconference โดยคณะกรรมาธิการอยู่ที่ห้องประชุม 311 พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กมธ. อยู่ที่ห้องประชุม 313 นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษา กมธ. อยู่ที่ห้อง 310 ขณะที่ กมธ. คนอื่นประชุมร่วมจากจังหวัดต่างๆ และดึงสัญญานการประชุมจากจุดต่างๆ เข้ามาที่ห้อง 311 ซึ่งถือเป็นการประชุมทางไกลครั้งแรกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวภายหลังเข้าสังเกตการณ์ ถึงกรณีที่ในที่ประชุมได้มีคณะกรรมาธิการบางคนตั้งข้อสังเกตถึงการจัดประชุมวีดีโอทางไกลว่า จะขัดต่อข้อกฎหมายการประชุมในส่วนของการนับองค์ประชุมและการลงมติหรือไม่ ว่า ในเรื่องข้อกฎหมาย ได้ให้ทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปพิจารณา ซึ่งข้อสังเกตที่เกิดขึ้นเป็นเฉพาะในส่วนของการประชุมคณะกรรมาธิการ แต่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ซึ่งจะเปิดสมัยประชุมในเดือน พฤษภาคมนี้ ทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ศึกษาแนวทางที่จะ จัดการประชุมโดยไม่ต้องมีการรวมตัวกันของคนหมู่มากหากสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 ยังคงวิกฤต และไม่ให้โรคระบาดเป็นอุปสรรคต่อการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเบื้องต้นมีการนำเสนอแนวทาง 3 วิธี โดยขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ลงตัวว่าจะใช้วิธีใด

ขณะเดียวกัน ได้ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาใช้เวลาออกอากาศ วิธีการป้องกันโรคและวิธีการรักษาสุขภาพให้มากขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้วิธีการปฏิบัติตัวและช่วยเสริมการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ ซึ่งทำงานกันอย่างเต็มที่ในขณะนี้