กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.๔ บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา, พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.๔ บก.ป.

ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ ๔ กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.ต.พิทยา คงเจริญ สว.กก.๔ ฯ, ร.ต.อ.สกาย จินดาธรรม รอง สว.ฯ, ด.ต.ณัฐวัฒน์ ธนดลกิจอนันต์, ด.ต.นิติธร ประชันกาญจนา, ด.ต.สุชาติ เสาะก่าน, ส.ต.อ.ธราดล  อ่อนชำนิ, ส.ต.อ.รรรศกร ศาตากร, ส.ต.ท.ธัชธรรม  จันต๊ะวงค์ ผบ.หมู่ กก.๔ บก.ป.

ได้ร่วมกันจับกุมตัวคือ น.ส.จำปี (สงวนนามสกุล) อายุ ๓๖ปี  โดยจับกุมตามหมายจับ จำนวน 13 หมาย ดังนี้

๑. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๖๔/255๘  ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น”

๒. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๖๖/255๘  ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๓. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๖๙/255๘  ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๔. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๗๐/255๘  ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๕. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๗๑/255๘  ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๖. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๗๔/255๘  ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๗. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๗๕/255๘  ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๘. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๙๕/255๘  ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๙. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๙๗/255๘  ลงวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น”

๑๐. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๙๙/255๘  ลงวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น”

๑๑. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๑๐๑/255๘  ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงผู้อื่น”

๑๒. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๑๐๒/255๘  ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงผู้อื่น”

๑๓. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ๑๐๓/255๘  ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ.255๘ ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงผู้อื่น”

พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อประมาณปี 2558 น.ส.จำปีฯ ผู้ต้องหาได้หลอกลวงชักชวนให้ผู้เสียหายหลายรายร่วมลงทุนการค้าปุ๋ยเคมี โดยมีเงื่อนไขว่า หากลงทุนสูง จะได้ผลตอบแทนสูง ซึ่งนายไกรสวัสดิ์ (สงวนนามสกุล) ผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้นำเงินไปลงทุนกับผู้ต้องหาจำนวน 5 แสนบาท ช่วงแรกได้ผลตอบแทนเดือนละ 1 หมื่นบาทจริง แต่ช่วงหลังไม่ได้เงินตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ ต่อมาทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่า สามีของนางจำปีฯได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นางจำปีฯ หายตัวไป โดยสามีของนางจำปีฯ เกรงว่านางจำปีฯจะถูกลักพาตัวหรือถูกอุ้ม เนื่องจากขบวนการค้าปุ๋ยเคมีที่มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ ที่นางจำปีฯทำงานเป็นนายหน้าให้ เมื่อทราบดังนั้นทางผู้เสียหายจึงรวมตัวเข้าพบพนักงานสอบสวนและแจ้งความดำเนินคดี โดยมีผู้เสียหายจำนวนกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท

จนกระทั่ง วันที่ ๒๔ มี.ค.๖๓ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๔ กองบังคับการปราบปราม สืบสวนจนทราบว่า น.ส.จำปีฯ ได้มาทำงานอยู่ที่ บริษัทแห่งหนึ่งใน ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงพบ น.ส.จำปีฯ เดินอยู่ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนนาแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในชั้นจับกุม น.ส.จำปีฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจากการสอบถามเบื้องต้นเหตุที่ น.ส.จำปีฯ ออกมาจากบ้าน เนื่องจากไม่มีเงินไปชดใช้ให้ผู้เสียหายที่ตนเองเคยหลอกลวงไว้ จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านเอง ไม่ได้มีการลักพาตัวแต่อย่างใด

**หากมีผู้เสียหายท่านใดได้รับความเสียหาย สามารถติดต่อมายังกองบังคับการปราบปรามหรือ  สถานีตำรวจโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อไป**

  …….. ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่เผยแพร่ข่าวสาร เตือนภัยให้กับสังคม………  

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด