ตำรวจ กก.4 กองปราบ จับเจ้าของบริษัทขายอาหารเสริม หลังหลบหนีระหว่างพิจารณาคดี ตรวจสอบพบผู้เสียหายแจ้งความถูกหลอกขายหน้ากากอนามัย

จากกรณีเจ้าของธุรกิจส่วนตัวรายหนึ่ง เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจ สน.โชคชัย ให้ดำเนินคดีกับบริษัท สุขภาพดี อินเตอร์เทรด จำกัด โดยมีนางสาวอัมพร สิงห์ไชย เป็นเจ้าของ ในข้อหา “ฉ้อโกง” หลังถูกหลอกขายหน้ากากอนามัย นำเข้าจากประเทศเวียดนาม จำนวน 35,000 ชิ้น แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่ได้สินค้า สูญเงินเกือบ 400,000 บาท เมื่อวันที่ 23 มี.ค.63 ที่ผ่านมา

วันนี้ (25 มี.ค.) ที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 4 กองปราบปราม ได้ทำการจับกุม น.ส.อัมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับหลบหนีระหว่างพิจารณาคดีของศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 252/2563 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2563 และ หมายจับระหว่างพิจารณาศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 42/2563 ลงวันที่ 20 มกราคม 2563 ในข้อหา “กระทำความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค”

โดยการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 23 มี.ค.63 ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย (ภายหลังได้ส่งประเด็นให้ สน.ลาดพร้าวซึ่งเป็นสน.ในท้องที่เกิดเหตุดำเนินการ) ให้ดำเนินคดีกับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมีนางสาวอัมพรฯ เป็นเจ้าของ ในความผิดฐาน ฉ้อโกง หลังถูกหลอกขายหน้ากากอนามัยที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาถูกกว่าท้องตลาด โดยนางสาวอัมพรฯ ได้ถ่ายรูปและคลิปวิดีโอโกดังสินค้า ซึ่งมีหน้ากากอนามัยจำนวนมากให้ผู้เสียหายดู ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อ ทำสัญญาซื้อขายกันในราคาชิ้นละ 11.35 บาท จำนวน 35,000 ชิ้น มูลค่าเกือบ 400,000 บาท แต่ปรากฎว่าเมื่อถึงกำหนดตามสัญญากลับถูกบ่ายเบี่ยง และไม่ได้รับหน้ากากอนามัยที่สั่งซื้อ

ต่อมาวันที่ 24 มี.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. สืบสวนทราบว่า นางสาวอัมพรฯ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เนื่องจากได้มีการการเชิญชวนให้คนที่รู้จักร่วมลงทุนทำบริษัทนำเข้าสินค้า และตกลงจะให้เงินปันผลเป็นเช็ค แต่ปรากฎภายหลังว่าเช็คไม่สามารถขึ้นเงินได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้มาพักอาศัยอยู่ที่บริษัทขายอาหารเสริมแห่งหนึ่ง ย่านโชคชัย 4 เขตลาดพร้าว กรุงทพฯ เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหา จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาอ่านดูจนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัวผู้ต้องหาส่งศาลแขวงพระนครเหนือ เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

กองปราบปรามจึงฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า หากมีบุคคลใดมาเสนอขายสินค้าหน้ากากอนามัยในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลอด ขอให้พิจารณาให้ถี่ถ้วน เนื่องจากอาจจะเป็นการหลอกลวง หรืออาจจะได้รับหน้ากากอนามัยที่ไม่ได้มาตรฐาน สำหรับบุคคลที่จะกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว จะต้องรับโทษในทางอาญา และขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงวิกฤตของโรคระบาด กองปราบจึงขอให้ประชาชนทุกคนควรร่วมมือกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน