อีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ การเลือกตั้งนายกสมาคม และคณะกรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ​ ก็จะเกิดขึ้น ในวันที่ 12 ก.พ. 63​ ตอนนี้มี 2 กลุ่มที่เปิดตัวโชว์วิสัยทัศน์​กันไปเรียบร้อย

กลุ่มแรก​ คือ แชมป์เก่า​ “บิ๊กอ๊อด”​ พล.ต.อ.สมยศ​ พุ่มพันธุ์​ม่วง​ พร้อมด้วยทีมงานที่เป็นบุคคลในวงการฟุตบอลที่มีศักยะภาพความสามารถคุณภาพคับแก้วและประสพผลสำเร็จในการทำทีมสไมสรมาแล้วทั้งสิ้น ที่ประกาศตัวพร้อมบริหารงานต่อเนื่อง​

กลุ่มที่สอง คือ ผู้ท้าชิง ดร.ภิญโญ นิโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ ประธานสโมสรฟุตบอลจังหวัดนครสวรรค์ (ปัจจุบันเล่นอยู่ในลีกสมัครเล่น T5) และเป็นผู้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลถาวรฟาร์ม

“บิ๊กอู๊ด” หรือ ดร.ภิญโญ นิโรจน์ ถือเป็นคนฟุตบอลดั้งเดิมที่มีประสบการณ์ทำฟุตบอลมายาวนาน โดยเฉพาะในช่วงปี พ.ศ. 2557-2558 อดีตเคยเป็นอุปนายก “ยุคบังยี สมัย4” อีกทั้งยังเคยทำหน้าที่รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลฯ ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2558 ด้วย จึงนับได้ว่า”บิ๊กอู๊ด”คืออดีตทีมงานผู้ใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจจาก”บังยี”แบบไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ชนิดว่าเป็นตัวตายตัวแทนกันได้เลย

มีเรื่องเล่าอยู่ว่า ก่อนที่หวยจะออกที่ “บิ๊กอู๊ด” และตกลงปลงใจลงสมัครชิงนายกบอล นั้น แท้ที่จริงแล้วกลุ่มที่ต้องการเข้ากลับมายึดอำนาจการบริหารสมามคมบอล ได้ไปชักชวนลูกชายผู้มากบารมี หนึ่งในสมาชิก คมช. ขาใหญ่ใน กทม.ค่ายสีฟ้ามาลงแข่ง แต่ดิลล้มไม่เป็นท่าเพราะคนในค่ายสีฟ้าเช็คเรทติ้งจากแนวร่วมรัฐบาลแล้วว่าไม่น่าจะเป็นไปได้จึงปฏิเสธไม่เอาด้วย

หวยจึงมาออกที่ “บิ๊กอู๊ด” ทางเลือกสุดท้าย ที่มีภาพของค่ายใหญ่ทางการเมืองหนุน จึงเป็นโอกาสของกลุ่มก้อนผู้ท้าชิงทั้งหลายที่ลงเรือลำเดียวกัน ได้เที่ยวป่าวประกาศ ปล่อยข่าวหลอกคนในค่าย ทั้งที่มีทีมฟุตบอลและไม่มีทีมฟุตบอลให้ช่วยสนับสนุน”บิ๊กอู๊ด”โดยอ้างว่าพี่ใหญ่ไฟเขียว สั่งให้คนในค่ายช่วยสนับสนุน โดยให้ถือว่าเป็นนโยบายและมติของค่าย ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือ

แต่ความลับไม่มีในโลก ขบวนการ “โป๊ะแตก” ต้องหน้าแหก เมื่อคนในค่ายเดียวกันและอยู่ในวงการลูกหนังมานาน มีความคิดต่าง เห็นว่าเรื่องเล็กอาจทำให้เรื่องใหญ่เสียหาย และสุ่มเสี่ยงกับการขัดต่อกฏระเบียบข้อบังคับของฟีฟ่าด้วยจึงได้ไปสอบถามความชัดเจนในเรื่องนี้กับพี่ใหญ่ จึงถึงบางอ้อว่าแท้ที่จริงแล้วเป็นแค่​ “ขบวนการปั้นน้ำเป็นตัว”

เมื่อความแตก ขบวนการ “โป๊ะแตก” จึงหน้าแหก เพราะแทนที่จะได้รับการสนับสนุนในฐานะคนค่ายเดียวกัน กลับกลายเป็นความไม่ไว้ใจ ไม่ไว้วางใจ แทน

12 กุมภาพันธุ์ นี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด คงได้เห็น ขบวนการ “โป๊ะแตก” หน้าแหกตอนอวสาน กันทั้งวงการฟุตบอล และวงการการเมือง

 

บทความโดย : นายกูรู ข้างสนาม