พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินทางจากประเทศไทย มุ่งตรงสู่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าพบ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนของกัมพูชา เพื่อร่วมหารือแนวทางการทำงาน หลังพบเบาะแสว่ามีการตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อหลอกลวงคนไทยมูลค่าความเสียหายนับ 100 ล้านบาท ในกัมพูชา จึงได้วางแผนเข้าจับกุมในช่วงบ่ายเพื่อประชุมหาวางแนวทางความร่วมมือการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ หลังสืบทราบว่าขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนไทยได้ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานที่ตั้ง

ทั้งนี้จากหารือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทางการกัมพูชาได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ที่ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานที่ตั้ง โดยมีรายงานว่าหลังจากหารือกันร่วมกัน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์  ได้บูรณาการกำลังร่วมกับทางการกัมพูขาเข้าทลายเครือข่ายขบวนการคอลเซ็นเตอร์ 3 จุดสำคัญ โดยจุดแรก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ได้นำกำลังตำรวจไทย และตำรวจกัมพูชา เข้าตรวจสอบโรงพยาบาลร้างแห่งหนึ้ง กลางกรุงพนมเปญ จากการตรวจค้นพบ อุปกรณ์ และคนเฝ้าดูแล ชาวกัมพูชา จำนวน 2คน โดยตำรวจพบอุปกรณ์ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ เอกสารบัญชีรายชื่อ ซึ่งถูกบันทึกไว้ว่ามีการโทรเข้าออกจำนวนมาก

ต่อมาได้ขยายผล เข้าจุดที่ 2 ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 3 กม. เป็นบ้านเช่าหรูขนาดใหญ่ พบผู้ต้องหา ชาวไต้หวัน 4 คน คนไทย 25 คน และกำพูชา 3 คน พร้อมอุปกรณ์ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ เอกสารบัญชีรายชื่อ ซึ่งถูกบันทึกไว้ว่ามีการโทรเข้าออก คล้ายกับจุดแรกอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน จุดที่สาม พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย ผกก.สภ.โคกกลอย พ.ต.ท.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รองผกก.สส.บก.น.1 สนธิกำลังเข้าตรวจสอบ บ้านหลังหนึ่ง ณ เมืองกัมปงโสมหรือเมืองพระสีหนุ พบผู้ต้องหาชาวไต้หวัน2คน ชาวไทย1 คน โดย 2 ใน 3คน มีหมายจับอยู่ในประเทศไทยด้วย

จากการตรวจค้นพบอุปกรณ์ในลักษณะเดียวกันพร้อมเหยื่อซึ่งเป็นคนไทยอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้พบว่าคนไทยที่ถูกจับกุมนี้ ซึ่งกำลังทำหน้าที่ โทรศัพท์หลอกเหยื่อ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย โดยเบื้องต้นพบว่าคนไทยทั้งหมด มีทั้งส่วนที่เป็นผู้ร่วมขบวนการ โดยสมัครใจ และบางส่วนก็ถูกบังคับให้ทำหน้าที่ โดยกักขังไว้ ทั้งให้เสพสารเสพติด บ้างก็ทำร้ายร่างกายเมื่อมีการขัดขืน

รายงานว่าจากแนวทางการสืบสวนพบว่า ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวเป็นเครือข่ายของนายเฉิน หยวน ไข่ ชาวไต้หวัน และกลุ่มชาวมาเลเชีย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยตั้งถิ่นฐานที่ประเทศไทย ก่อนที่จะถูกทางการไทยจับกุมตัวได้ ต่อมาได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งหลังจากการได้ประกันตัวได้หลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหลบหนีการจับกุมเรื่อยมาฐานที่มั่นในกรุงพนมเปญ และกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อทำคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงชาวไทย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์  กล่าวว่ากัมพูชาเป็นประเทศต้นทางที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้ตั้งฐานปฏิบัติการ โดยร่วมมือกับชาวไต้หวัน จีนและมาเลเซีย บังคับคนไทย มาเป็นพนักงาน เพื่อหลอกลวงคนไทยด้วยกัน หากใครปฏิเสธก็จะกักขังและทำร้ายร่างกาย ซึ่งพฤติการณ์ก็ไม่ต่างจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศมาเลเซีย

 

Thai Police

Thai Police

Thai Police