วันนี้ 7 พฤศจิกายน ที่ ศปก.ตร. ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า พล.ต.ท.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ หัวหน้าคณะทํางานป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ประชุมสรุปการปฏิบัติงาน โดยสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ยังคงเพิ่มความเข้ม ในการแก้ไขปัญหาแข่งรถในทางมาโดยตลอด
พล.ต.ท.ดํารงศักดิ์ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ พอใจในภาพรวม ภายหลังสั่งเข้มงวดการแข่งขันรถบนทางสาธารณะ ที่ผ่านมา และต้องการให้ปัญหานี้หมดไปอย่างยั่งยืน จึงได้มีนโยบาย ให้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามการแข่งรถบนทางสาธารณะ เพื่อให้การดำเนินการมีความเข้มข้น และมีการควบคุมกำดีบดูแลได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลการปฏิบัติมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สถิติลดลงเป็นอย่างงต่อเนื่องโดยคงมาตรการเข้มงวดปราบปรามจับกุมขยายผล

รวมไปถึงดำเนินคดี กับผู้ที่ให้การสนับสนุน และร้านค้า ขณะที่ประชาชนได้แจ้งเบาะแสให้ข้อมูลเพิ่มมากขึ้น เพื่อร่วมกันปราบปรามการแข่งขันรถให้หมดสิ้น ไปบนท้องถนนอย่างถาวร

โดยตำรวจยังบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทุกกรณี พร้อมเน้นย้ำในช่วงเทศกาลลอยกระทง และช่วงปลายปีซี่งจะมีการรื่นเริง ต่อเนื่องถึงเทศกาลปีใหม่ จะเพิ่มคงามเข้มการปฎิบัติการเชิงรุกให้มากขึ้น

สำหรับผลการจับกุม ตั้งแต่ ๒๗ มิ.ย.๖๒ – 27 ต.ค.๖๒ ในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีดังนี้
1. แข่งรถในทางและขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ และสนับสนุนให้มีการแข่งรถหรือให้ขับรถ
โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย จำนวน 1,157 ราย
2. ดำเนินคดีบิดามารดาหรือผู้ปกครอง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก จำนวน 2๒๔ ราย
3. ดำเนินการตามคำสั่ง หน.คสช. ที่ 22/2558 และ 46/2558 (ว่ากล่าวตักเตือนหรือทำทัณฑ์บน) จำนวน 1๙,๓๓๑ iาย
4. จัดทำประวัติผู้กระทำผิดและผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะแข่งรถในทาง จำนวน ๕๗,๖๙๒ ราย
5. กรณีจับกุมผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล และศาลมีคำสั่งให้ริบรถของกลาง จำนวน ๙๔ คัน

สำหรับนโยบายของ ผบ.ตร.ที่มีแนวคิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกับตำรวจ โดยการมอบเงินค่าตอบแทนการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดให้แก่ประชาชนนั้น
โดยมีผลการดำเนินการจ่ายค่าตอบแทนบุคคลภายนอกผู้ให้ข้อมูลข่าวสาร ระหว่างวันที่ 3 ก.ย.-5 พ.ย.62 ประชาชนส่งข้อมูลเบาะแสการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง รวม 1,172 ราย เข้าข่ายได้รับเงินค่าตอบแทน จำนวน 13 ราย,เบิกจ่ายค่าตอบแทนฯ ให้กับผู้แจ้งเบาะแสแล้ว จำนวน 8 ราย เป็นเงิน 24,000 บาท,อยู่ระหว่างดำเนินการทางเอกสาร จำนวน 5 ราย และอยู่ระหว่างการติดตามเบาะแส จำนวน 24 ราย รวมทั้งสิ้น 37 ราย