ที่สน.ปทุมวัน กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีการชุมนุมของกลุ่มเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งฯเมื่อวันที่ 27 ม.ค.บริเวณสกายวอร์ค ต่อมาพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวันได้ออกหมายเรียกแกนนำชุมนุม 7 คน ประกอบด้วย นายรังสิมันต์ โรม นายสิรวิชญ์หรือจ่านิว เสรีธิวัฒน์และพวก ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/2558 พร้อมทั้งดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มเติมรวม 39 คน ในความผิดตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะพ.ศ.2558 ฐานร่วมกันชุมนุมในที่สาธารณะในรัศมี 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน โดยออกหมายเรียกให้ทั้งหมดมาพบในวันศุกร์ที่ 2 ก.พ.ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 ก.พ.กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวน 34 คน ได้แก่ น.ส.ณัฏฐา มหัทนา, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, นายวีระ สมความคิดและนายสมบัติ บุญงามอนงค์ 5 ใน 9 บุคคลที่ถูกออกหมายเรียกในข้อหาขัดคำสั่ง คสช. พร้อมด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมอีก 29 คน ได้แก่นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ, นางมัทนา อัจจิมา, น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ, นายเอกศักดิ์ สุพรรณขันธ์, นางรักษิณี แก้ววัชระสังสี, นางจุฑามาศ ทรงเสี่ยงไชย, นางพรนิภา งามบาง, นายกิตติธัช สุมาลย์นพ, นางสุดสงวน สุธีสร, นายกันต์ แสงทอง, นายนพพร นามเชียงใต้, นายสุวัฒน์ ลิ้มสุวรรณ, นางกมลวรรณ หาสาลี, นางนัตยา ภานุทัต, นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์, นางประนอม พูลทวี, นายสงวน คุ้มรุ่งโรจน์, นายสุรศักดิ์ อัศวะเสนา, นางพรวลัย ทวีธนวาณิชย์, นางสุวรรณา ตาลเหล็ก, นางนภัสสร บุญรีย์, น.ส.อรัญญิกา จังหวะ, นายพรชัย ประทีปเทียนทอง, นายวรัญชัย โชคชนะ, นายคุณภัทร คะชะนา, นายสามารถ เตชะธีรรัตน์, น.ส.อ้อมทิพย์ เกิดผลานนท์, นายวราวุธ ฐานังกรณ์และนายเดชรัตน์ สุขกำเนิด เดินทางเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน รอรับมอบตัว

ด้านนายเนติวิทย์ กล่าวว่า วันนี้มารายงานตัวและจะขอประกันตัว โดยใช้ตำแหน่งข้าราชการของอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการประกันตัว เพราะทางคณะและอาจารย์ ยินดีให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ยอมรับกังวลว่าจะไม่ได้รับการประกันตัว สำหรับการเรียกร้องดังกล่าว ยืนยันเป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีภาพ ไม่ว่าเป็นกลุ่มไหนก็ควรได้สิทธิในการแสดงความคิดเห็น เพราะมองว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

ด้านนายสมบัติ เปิดเผยว่าส่วนตัวมองว่ารัฐบาลกังวลต่อกิจกรรมวันที่ 10 ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสนับสนุนคำพูดของพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เคยบอกไว้ว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งปลายปี2561 และตนเองมองว่าเป็นกิจกรรมตามสิทธิเสรีภาพของประชาชน รัฐบาลควรจะยอมรับ ส่วนหลักทรัพย์ในการประกันตัววันนี้ได้ยืมเงินเพื่อนมา เนื่องจากถูกอายัดบัญชีมา 3 ปี ทำให้ไม่มีหลักทรัพย์ ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยกับนายวีระ สมความคิด ถึงการตั้งข้อหาดังกล่าวด้วย ยืนยันว่าเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมาตนเองไม่ได้ขึ้นปราศรัยแต่ทำไมทางพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามาณกุล รองผบ.ตร.ถึงมีหลักฐานแสดงว่าขึ้นปราศรัย ซึ่งวันนี้จะมาขอดูหลักฐานดังกล่าว

ด้านนางเบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว อาจารย์จากมหาวิทยาลัย มหิดล และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง(คนส.) ได้อ่านแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกร้องให้ ยุติการสร้างภาวะความหวาดกลัวในการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย, ถอนแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนในคดีรวมพลคนอยากเลือกตั้งทั้ง 39 คน และคืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชน โดยการยกเลิกกฎหมายและคำสั่งที่จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบต่าง ๆ และจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่โดนข้อกล่าวหา ทั้งหมด 39 คน ขณะนี้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 35 คน ขาดเพียง 4 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายอานนท์ นำภาและนายเอกชัย หงษ์กังวาน ส่วนนายนพเกล้า คงสุวรรณได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 34 คน ได้เดินเท้าจากบริเวณหน้าตลาดสามย่านคล้องแขนกันเรียงหน้ากระดาษเข้าสน.ปทุมวันโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบชื่อของกลุ่มผู้ชุมนุมทุกคนที่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ด้านทีมทนายความ เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า วันนี้หลักทรัพย์ที่เตรียมมาในวันนี้ไม่ต่ำกว่า 900,000 บาทและมั่นใจว่าจะสามารถประกันตัวได้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวัน จำนวน 1 กองร้อยและ จากกองบังคับการอารักขาควบคุมฝูงชนจำนวน 1 หมวด ค่อยดูและรักษาความสงบบริเวณโดยรอบ พร้อมทั้งนำแผงเหล็กมากั้นไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเข้าไปด้านใน

ต่อมาเวลา 12.00 น.พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เปิดเผยว่าเดินทางมาติดตามความคืบหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และเปิดเผยว่า วันนี้มีแกนนำมา 5 คน กลุ่มผู้ชุมนุมมา 29 คน รวม34คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนที่ไม่มาอีก 5 คน ประกอบด้วย นายรังสิมันต์ โรม ,นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ,นายอานนท์ นำภา ,นายเอกชัย หงส์กังวาน ส่วนนายนายนพเก้า คงสุวรรณ มารายงานตัวแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งหลังจากนี้ภายในเวลา14.00 น. หากแกนนำที่ไม่มารายงานตัว ไม่ชี้แจงเหตุผล ทางเจ้าหน้าที่ก็จะพิจรณาตาม ป.วิอาญา ขอความเห็นชอบออกหมายจับ ส่วนทั้ง 34 คนดังกล่าว ในชั้นพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการพิจารณาถึงการประกันตัว แต่จะส่งตัวผู้ต้องหาที่เป็นแกนนำ 5 คน ไปยังศาลอาญา กรุงเทพฯใต้ เพื่อขออำนาจศาลฝากขัง และผู้ชุมนุมอีก 29 คนที่จะคุมตัวไปยังศาลแขวงปทุมวัน เพื่อผัดฟ้องและไม่ต้องใช้สิทธิประกันตัว ทั้งนี้ชั้นพนักงานสอบสวนจะไม่ใช้ดุลยพินิจในการปล่อยตัว เพราะหากปล่อยตัวไปจะไม่มีหลักประกันว่าครั้งหน้ากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยจะเดินทางมาหรือไม่ ในส่วนของการดำเนินคดีจะดำเนินคดีเท่าเทียมกันหมดไม่ยกเว้นว่าเป็นนักศึกษาหรือบุคคลทั่วไป ส่วนกรณีที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ปฎิเสธว่าไม่ได้ขึ้นปราศัยนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจนที่ปรากฎในสื่ออยู่แล้ว ยืนยันสิ่งที่สั่งให้ดำเนินการไม่เกินกว่าเหตุ แม้การชุมนุมจะเป็นสิทธิของประชาชน แต่การชุมนุมต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่างกรณีการออกมาชุมนุมกันวันที่ 10 ก.พ. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็จะต้องขออนุญาตสถานีตำรวจท้องที่ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และขออนุญาตกองทัพ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานขออนุญาต และหลังจากนี้หากมีการชุมนุมหรือจัดกิจกรรมทางการเมืองที่ผิดกฎหมายก็จะดำเนินคดีกับทุกกลุ่ม อย่างไรก็ตามพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้บังคับใช้กฎหมายกับทุกกลุ่มที่กระทำผิด

รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อผู้ชุมนุมเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ก็ได้ปล่อยตัวให้แต่ละบุคคลเดินทางไปยังศาลตามที่ระบุ โดยนัดเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันนี้

 

 

 

Thai Police