นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความเฟสบุ๊คส่วนตัว ตั้งประเด็นว่า บุหรี่กับมือถือ อันไหนเลิกยากกว่ากัน โดยข้อความระบุว่า ให้แง่คิดถึงวิถีชีวิตมนุษย์ที่เสพติดวัตถุในแต่ยุคที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ว่าไปแล้วการติดมือถือมีอะไรหลายอย่างที่เหมือนกับการติดบุหรี่ แต่ก่อนไม่มีอะไรทำก็หยิบบุหรี่มาจุดสูบ เดี๋ยวนี้กลายเป็นการหยิบมือถือมากดเล่น ที่ไม่เหมือนคือบุหรี่มีภัยรุนแรงต่อสุขภาพ ส่วนมือถือมีข้อดีเยอะ แต่นับวันเริ่มเป็นที่ยอมรับว่าการติดมือถือมีผลทางลบกับสุขภาพ และโดยเฉพาะกับการนอน กับสุขภาพจิต ทั้งมีผลต่อสมาธิ และต่อมารยาททางสังคมและปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นจากที่เดิมเราได้คาดหวังว่าระบบ social network จะทำให้เรากว้างขึ้น แต่การใช้ algorithm ในการคัดให้เราได้เห็นเพียงสิ่งที่ระบบคิดว่าเราสนใจ (หรือเห็นเพียงโฆษณาที่เขาต้องการให้เราเห็น) ทำให้นับวันโลกเรากลับแคบลงๆ จากเดิมเราดูทีวีก็จะรับรู้เรื่องโน่นเรื่องนี่ เดี๋ยวนี้เราเล่น facebook หรือ ดู Youtube เราก็จะรับรู้เฉพาะเรื่องที่เราเลือกดูเท่านั้น

“ทางการเมืองใครแดงก็จะเจอแต่ที่แดงด้วยกัน ใครเชียร์ทหารก็อยู่ในกลุ่มที่สนับสนุนความคิดกันเอง (เพราะใครที่ไม่เห็นด้วยจะถูกบล็อคไป หรือไม่เขาก็ขี้เกียจเข้ามาถูกรุมสกรัม ซึ่งพอเขาไม่มากดไลค์สักพัก algorithm ก็จะตัดเขาออกไปเอง)” นายกรณ์ กล่าว

เมื่อเป็นเช่นนี้ความน่าสนใจในการใช้ social network ตนว่าหายไปเยอะ ทั้งหมดนี้รู้ๆกันอยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจ คือ จากนี้ไปสังคมจะปรับตัวอย่างไร วันนี้คนสูบบุหรี่น้อยลงเยอะ จากสมัยผมหนุ่มๆ ยังมีการสูบบุหรี่ที่โต๊ะอาหาร สูบในโรงหนัง สูบขณะนั่งประชุมงาน ในวันข้างหน้า เราจะเลิกเล่นมือถือที่โต๊ะอาหาร เลิกเล่นในโรงหนัง และจะมีสมาธิในการประชุมแทนที่จะนั่งเล่นไลน์หรือไม่

“ดูซิว่าการติดบุหรี่กับการติดมือถือนั้นอันไหนจะเลิกยากกว่ากัน” นายกรณ์ กล่าว

 

Korn