ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ เวลา 13.30 น.​ พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.4 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ จักรี กันธิยะ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.4 บก.ป.)​ และ​ นายฤชวีพัฒน์ จิราวัฒน์มงคล เจ้าของเพจเฟซบุ๊กนางฟ้าซาลอน

ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายกีรติ ศรีคำมี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่ที่ 4 ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 807/2562 ลงวันที่ 4 มิ.ย.62 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดย​สามารถ​จับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 70 ม.12 ต.เก่ากลอย อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู

พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2561 นางกันยา พวงนาค อายุ 43 ปี ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญในการบริจาคเงินและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นเพื่อนำมาดูแลรักษา ด.ช.จตุพล พวงนาค อายุ 12 ปี บุตรชายที่เป็นผู้พิการซ้ำซ้อนและป่วยหนัก ผ่านทาง เฟซบุ๊ก กระทั่งเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด.ช.จตุพล ได้เสียชีวิตลง นางกันยาฯ จึงได้ปิดการรับบริจาค แต่เมื่อวันที่ 21 เมษายน​ 2562​ ที่ผ่านมา นางกันยาฯ พบว่ายังมีมิจฉาชีพบางรายฉวยโอกาสนำข้อมูลการขอความช่วยเหลือบุตรชายไปแอบอ้างหลอกลวงรับบริจาคเงินเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ตามเพจเฟซบุ๊กต่างๆ จนทำให้สังคมและเพื่อนบ้านต่างเข้าใจผิด จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง​ จ.พะเยา

พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวต่อว่า หลังเจ้าหน้าที่ได้รับทราบเรื่องราวผ่านทางสื่อที่เคยมีการนำเสนอเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จึงได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนจะพบว่ามีการโพสต์แอบอ้างเรียกขอเงินบริจาคจริง โดยมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะใช้วิธีสร้างเพจเฟซบุ๊กขึ้นมาในชื่อว่า “ทีมช่วยเหลือเด็กและผู้สูงอายุ” และ “ช่วยเหลือคนไทย ทั่วประเทศ” จากนั้นก็จะนำข้อความเปิดรับบริจาคช่วยเหลือ ด.ช.จตุพลฯ โดยเปลี่ยนแปลงเลขบัญชีของตัวเอง ไปโพสต์ตามเพจเฟซบุ๊กต่างๆ กว่า 20 เพจ นอกจากนี้มิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวยังได้นำข้อมูลการบริจาครับเงินของเด็กพิการหรือผู้ป่วยรายอื่นไปที่ต้องการความช่วยเหลือไปกระทำการในลักษณะแอบอ้างหาผลประโยชน์ส่วนตัวอีกหลายกรณี ที่ผ่านมามีผู้ที่ใจบุญหลงเชื่อยอมโอนเงินให้กับมิจฉาชีพกลุ่มนี้เป็นจำนวนกว่า 1,000 ราย มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

กองบังคับการ​ปราบปราม

พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการตรวจสอบที่มาที่ไปของบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวรวมถึงบัญชีธนาคารที่คนร้ายใช้รับโอนเงิน จนกระทั่ง​สามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้กระทำผิดในคดีนี้ จำนวน 2 ราย คือ นายกีรติฯ ผู้ต้องหารายนี้ และ นายสุรศักดิ์ อนุอันต์ ก่อนจะสืบทราบว่าปัจจุบันนายกีรติฯ ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นายกีรติฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายสุรศักดิ์ฯ ผู้ต้องหาอีกรายที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งเป็นเพื่อนหมู่บ้านเดียวกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยช่วงแรกที่ก่อเหตุนั้นเป็นเพียงการทดลองทำกันเล่นๆ ไม่คิดว่าจะได้เงินจริง แต่พอก่อเหตุแล้วเห็นว่าได้เงินจริงและมีคนหลงเชื่อโอนเงินมาให้ทุกวัน ประกอบกับตนเองมีปัญหาทะเลาะกับทางบ้านจึงไม่มีเงินใช้ และอีกส่วนหนึ่งก็ต้องการเงินไปเล่นเกมออนไลน์ด้วยจึงก่อเหตุดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 4 เดือน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง​ จ.พะเยา ดำเนินคดีพร้อมกับขยายผลติดตามจับกุม นายสุรศักดิ์ฯ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

กองบังคับการ​ปราบปราม

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง