วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ.พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สารวัตร กก.4 บก.ปพ. นำกำลังจับกุม นายเชาวลิตร์ หรือ “เล็ก” อายุ 45 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ที่ จ.97/2566 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2566 ข้อหา “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง” ได้บริเวณสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร้านก่อสร้าง ได้มอบหมายให้ลูกจ้างนำรถบรรทุก 6 ล้อ ไปส่งอิฐซีแพคให้ลูกค้าที่บ้านเขาน้อย จังหวัดชุมพร จำนวน 2 เที่ยว รวม 1,500 ก้อน โดยมีนายมนตรีเป็นผู้ขับรถ และนายเชาวลิตร์ทำหน้าที่ผู้ช่วย คอยขนถ่ายสินค้าและรับชำระเงินจากลูกค้า
ภายหลังส่งสินค้าเสร็จ นายเชาวลิตร์ได้รับเงินค่าสินค้าจำนวน 9,000 บาทจากลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ระหว่างเดินทางกลับได้อ้างกับคนขับรถว่ารู้สึกร้อน ขอแวะลงไปซื้อน้ำ และจะเดินกลับไปที่ร้านเอง
ปรากฎว่า เมื่อคนขับรถกลับถึงร้าน ได้แจ้งนายจ้างว่าลูกค้าจะโอนเงินเข้าบัญชีภายหลัง แต่เมื่อใกล้เวลาปิดร้าน ผู้เสียหายตรวจสอบแล้วยังไม่พบยอดเงิน จึงโทรศัพท์สอบถามลูกค้า จนทราบว่าลูกค้าได้ชำระเงินสดให้นายเชาวลิตร์ไปแล้ว ผู้เสียหายพยายามติดต่อนายเชาวลิตร์เพื่อนำเงินมาคืน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากผู้ต้องหาได้หลบหนี จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร พนักงานสอบสวนยื่นขอศาลออกหมายจับไว้
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับข้อมูลว่า นายเชาวลิตร์หลบหนีมาอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และกำลังจะเดินทางกลับไปที่จังหวัดสุรินทร์ จึงเข้าตรวจสอบและสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว สอบสวน นายเชาวลิตร์ ให้การรับสารภาพว่า ขณะก่อเหตุตนทำงานเป็นลูกจ้างขนส่งสินค้าในจังหวัดชุมพร แต่ช่วงนั้นตนคิดถึงบ้าน และคิดถึงแฟน อีกทั้งไม่มีเงินติดตัว จึงอาศัยจังหวะหลังรับเงินจากลูกค้า อ้างว่าจะลงไปซื้อน้ำ ก่อนนำเงินจำนวน 9,000 บาทหลบหนีไปขึ้นรถไฟกลับไปหาแฟนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ได้ชักชวนแฟนย้ายไปอยู่จังหวัดสุรินทร์ แต่เนื่องจากหางานทำได้ไม่ต่อเนื่อง ประกอบกับมีภาระค่างวดรถ จึงเดินทางกลับมากรุงเทพฯ เพื่อขอยืมเงินญาติไปชำระค่างวด กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตะโก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

