ที่สภ.บางปะกง จว.ฉะเชิงเทรา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป), พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 , พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รอง ผบช.ภ.2 ,พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา, พ.อ.จักรพงษ์ พันธุ์มงคล ผบ.ร.112 และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา กระทำความผิดฐาน “ชิงทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยมีและใช้อาวุธปืน และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้รับอนุญาต”

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางปะกง ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และ กก.สส.ภ.2 จับกุมผู้ต้องหา คือ นายรุ่งโรจน์ หรือเก่ง บุญประกอบ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/5 ม.1 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ทำงานตำแหน่ง ผอ.กองสาธารณสุข เทศบาล ต.บางสมัคร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ จ.44/2561 ลง 2 กุมภาพันธ์ 2561 พร้อม ของกลางคือ 1.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นpcx หมายเลขทะเบียน 1 กฌ 835 ฉะเชิงเทรา จำนวน 1 คัน 2.อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติพร้อมซองกระสุน ยี่ห้อสไตเออร์ สีดำ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก 3.หมวกกันน็อค สีดำ จำนวน 1 ใบ 4.ถุงมือสีดำ จำนวน 1 คู่ 6.เสื้อเชิ้ตสีดำ จำนวน 1 ตัว 7.กางเกงยีนต์ขายาวสีน้ำเงินเข้ม จำนวน 1 ตัว 8.หมวกไหมพรมคลุมหน้า (โม่ง) จำนวน 1 ใบ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า จากกรณีเหตุเเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 15.30 น. มีเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืน จี้ชิงทรัพย์ ภายในธนาคารกรุงไทยสาขาโลตัสบางวัว ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดไป จำนวน 590,000 บาท จากนั้นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตามที่ปรากฏเป็นภาพข่าวตามสื่อต่างๆ ไปแล้วนั้น หลังเกิดเหตุ ตนได้มีการสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับ ลงพื้นที่กำกับและเร่งรัดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ เนื่องจากคนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจ ในสถานที่ซึ่งมีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จากการสืบสวนสอบสวนนายรุ่งโรจน์ฯ ให้การรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยลงมือเพียงคนเดียว หลังก่อเหตุได้ใช้รถจักรยานยนต์ซึ่งดัดแปลงเอาสติ๊กเกอร์มาปิดบังสีแดงของตัวถังรถไว้ ขับหลบหนีเข้าบ้านพัก เมื่อถึงได้ลอกสติ๊กเกอร์ออกเพื่อให้รถกลับสู่สภาพเดิม จากนั้นได้นำ อาวุธปืน หมวกกันน็อค และเครื่องแต่งกาย ที่ใส่ก่อเหตุ ไปซุกซ่อนไว้ภายในบ้านพัก และใช้ชีวิตตามปกติ จนกระทั่งถูกจับกุมในเวลาต่อมา ส่วนเงินจำนวน 5 แสนบาทเศษที่ชิงทรัพย์ได้ไปนั้น ได้นำไปใช้หนี้สินจนหมด จึงได้ควบคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

 

Thai Police

Thai Police