ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา14.00 น. วันที่2 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีกลุ่มเคลื่อนไหวสกายวอล์ค39 คน ขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ว่า พนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาเหตุผลในการขอเลื่อน การอ้างว่าติดภารกิจนั้นต้องไปดูว่าเป็นภารกิจอะไร สำคัญแค่ไหน กรณีนี้จะต้องมีการออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 หากยังไม่มารายงานตัว พนักงานสอบสวนจะต้องมีการขอศาลอนุมัติหมายจับ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า พนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัวหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัวทั้ง39 ราย และส่งตัวฝากขังที่ศาลแขวงปทุมวัน ถ้าไม่คัดค้านหากหลบหนีใครจะรับผิดชอบ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงหรือกลุ่มผู้สนับสนุน เป็นเรื่องอยู่ในสำนวน เบื้องต้น ได้ประสานให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบ และส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวน ส่วนจะเข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีการจับตาความเลื่อนไหวบนโลกโซเชียลว่ามีการโพสต์เชิญเชิญหรือเข้าข่ายปลุกระดมหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบว่ามีการติดต่อกับกลุ่มการเมืองด้วยหรือเปล่า แต่เบื้องต้นยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่เป็นนัยยะสำคัญ

รองผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีมวลออกมาเคลื่อนไหวให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่บริเวรหน้ากระทรวงกลาโหมเมื่อวานนี้(1 ก.พ.) ใกล้กับเขตพระราชฐาน นั้น ถือว่ามีความผิดเข้าข่ายการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากการให้กำลังใจหรือการเดินทางมารวมตัวกัน ในทางกฎหมาย บัญญัติไว้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง จะต้องดำเนินการแบบเดียวกันกับกลุ่มผู้เคลื่อนไหวบริเวณสกายวอร์คเมื่อวันที่27 มกราคมที่ผ่านมา เบื้องต้น จะแจ้งข้อหากับกลุ่มดังกล่าว 40 คน ในข้อหาผิดพ.ร.บ. ชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ มีการชุมนุมในรัศมีเขตพระราชฐาน 150 เมตร ชุมนุมเกิน 5 คน เรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร กำชับใด้ดำนินการตามกฎหมาย ไม่ให้มีสองมาตรฐาน