เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจ (รองผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการ ภาค 1 (รองผบช.ภ.1) พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. ร่วมกับ กสทช. ทลายโกดังลักลอบนำเข้าไมโครโฟนไร้สาย มีคลื่นความถี่ผิดกฎหมายสามารถจับกุม นางสาวยุพิน นามคา อายุ 42 ปี พร้อมด้วย นางสาวนิตยา ลิ้มวิลัย อายุ 49 ปี นางสาวดวงกมล มีสวน อายุ 49 ปี นายสมพิศ เขียววิชัย อายุ 37 ปี พร้อมของกลางเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมประเภทไมโครโฟนไร้สาย ตราอักษร Hot Rock ตู้ลำโพง เพาเวอร์มิคเพาเวอร์แอมป์ แอมขยาย กล่องไฟ รวมของกลาง 26,350 ชิ้น มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า ร้านค้าย่านคลองถมกรุงเทพมหานคร มีการลักลอบจำหน่ายไมโครโฟนไร้สาย ที่มีคลื่นความถี่ผิดกฎหมายจำนวนมาก ซึ่งจากการขยายผลตรวจค้นบริษัท ฮอทร็อค 2018 จำกัด เลขที่ 88/8 ม.3 ต.บางเพรางาย อ.ไทรน้อย จว.นนทบุรี สามารถจับกุมตัว นางสาวยุพิน เป็นผู้นำการตรวจค้นและผู้ดูแลภายในสถานที่ จากการตรวจค้นพบ ของกลางเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมประเภทไมโครโฟนไร้สาย ตราอักษร Hot Rock,ตู้
ลำโพง เพาเวอร์มิค เพาเวอร์แอมป์ แอมขยาย กล่องไฟ รวม 23 รายการ รวมของกลาง26,350 ชิ้น จึงได้นําตัวผู้ต้องหา นําส่ง สภ.ไทรน้อย นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจค้นบริษัท ซาวด์เบสท์ จำกัด เลขที่ 88/8 ม.3 ต.บางเพรางาย อ.ไทรน้อย จว.นนทบุรี สามารถจับกุม นางสาวนิตยา พร้อมด้วย นางสาวดวงกมล นายสมพิศ พร้อมด้วยของกลาง เป็นเครื่องวิทยุคมนาคมประเภทไมโครโฟน ไร้สาย ตราอักษร Sound Best และ S-TECH รวม 11 รายการ รวมทั้งสิ้น 322 ชิ้น จึงได้นําตัวผู้ต้องหา นําส่ง สภ.ไทรน้อย เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมํายต่อไป

ด้าน นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. กล่าวว่า กฎหมายได้กำหนดห้ามผู้ใดมีไว้คลื่นวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก กสทช. ซึ่งกรณีนี้ เครื่องไมโครโฟนไร้สายของกลาง แม้จะมียี่ห้อหรือรุ่น ตรงตามที่ไดรับอนุญาต แต่การใช้คลื่นความถี่ไม่เป็นไปตามประกาศ กสทช. จึงเข้าข่ายความผิด นำเข้า มี และค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ