ที่ทำเนียบรัฐบาล สมเด็จอัคคมหาพญาจักรี เฮง สัมริน ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชา เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับประธานสภาแห่งชาติกัมพูชาและคณะในระหว่างการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ พร้อมอวยพรให้การจัดการเลือกตั้งสภาแห่งชาติสมัยที่ 6 ที่จะมีขึ้นในกัมพูชาในปีนี้ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

ทั้งสองฝ่ายยินดีที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชามีความร่วมมือกันอย่างรอบด้าน โดยล่าสุดในระหว่างการเยือน กัมพูชาอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องกันที่จะร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนและการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านต่าง ๆ ระหว่างพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ โอกาสนี้ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชาแสดงความชื่นชมต่อการพัฒนาของประเทศไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมกล่าวว่าในนามประชาชนกัมพูชาขอแสดงความขอบคุณประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนกัมพูชามาโดยตลอด ทั้งในระดับพระมหากษัตริย์ รัฐบาล และประชาชน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าปัจจุบันความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชาอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับ กลไกความร่วมมือทวิภาคีต่าง ๆ ของไทยกับกัมพูชาดำเนินไปได้ด้วยดี โดยไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับกัมพูชาเพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกันในภูมิภาค  โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามนโยบายการบริหารประเทศของไทย Stronger Together และ Thailand+1 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0

ทั้งสองฝ่ายพร้อมผลักดันการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน อาทิ การเปิดและยกระดับจุดผ่านแดนแห่งใหม่ การก่อสร้างสะพานข้ามพรมแดน การเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟระหว่างกัน และการเดินเรือตามแนวชายฝั่งสามฝ่ายไทย – กัมพูชา – เวียดนาม ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการค้าชายแดนการค้าทวิภาคีของทั้งสองฝ่าย ตลอดจนส่งเสริมการสัญจรไปมาของประชาชนทั้งสองฝ่าย อันจะนำไปสู่ การสร้างพื้นที่ชายแดนให้เป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือและความเจริญรุ่งเรืองต่อไป

ในการนี้ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชายินดีที่มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองฝ่ายเป็นประจำทั้งในลักษณะการเยือนระดับสูงและผ่านความร่วมมือระหว่างกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมให้การสนับสนุนโดยเห็นว่าสถาบันนิติบัญญัติถือเป็นสถาบันหลักในการยกร่างกฎหมายซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

ด้านแรงงาน ความร่วมมือในเรื่องนี้ดำเนินไปด้วยดี แต่เพื่อผลประโยชน์ของแรงงานกัมพูชา และด้วยเงื่อนไขเวลาที่จะต้องดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแรงงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2561 นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชาช่วยเร่งรัดการดำเนินการของฝ่ายกัมพูชาในการพิสูจน์สัญชาติด้วย โดยประธานสภาแห่งชาติกัมพูชาแสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่แรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยมาโดยตลอด

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้ฝากความระลึกถึงสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และอวยพรให้ประชาชนชาวกัมพูชาประสบแต่ความสุข พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไทยยินดีสนับสนุนกัมพูชาให้มีความเจริญรุ่งเรือง