ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา13.40 น. วันที่1 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ รองนายกฯกำกับดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานมอบนโยบายการปฏิบัติราชการตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) รองผบ.ตร. ผบก. ทั่วประเทศ รวม 169 นาย และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น คณะกรรมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบในราชอาณา (กอ.รมน.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวภายหลังการมอบนโยบาย ว่า การประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้มีการกำชับ เน้นย้ำ การปฏิบัติหน้าที่ไว้ 3 เรื่องคือ การปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล การปราบปรามยาเสพติด และ การปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือ นักท่องเที่ยวที่อยู่เกินเวลากฎหมายกำหนดหรือโอเวอร์สเตย์ ซึ่งตนเองได้มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจภูธร 1 – 9 และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานผลการปฏิบัติให้ตนเองทราบภายระยะเวลา 1 – 2 เดือน หากกองบัญชาการใดมีผลการปฏิบัติไม่ตรงเป้าจะต้องถูกพิจารณา

“พล.อ.ประวิตร ยังได้เน้นย้ำให้มีการขยายผลไปยังบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง และ ประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้กระทำผิด เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดทั้งเครือข่าย โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอด ซึ่งมาตรการที่ตนเองกำชับฝ่ายปฎิบัตินั้น ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการกดดันแต่อย่างใด แต่เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปราม การดูแลความปลอดภัยในชีวิต และ ทรัพย์สิน ของประชาชน”ผบ.ตร. กล่าวว่า

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมได้รายงานเป้าหมายด้านยาเสพติดที่ต้องเร่งปราบปรามทั้งสิ้น 70 เป้าหมาย แบ่งเป็นพื้นที่นครบาล 27 เป้าหมาย และตำรวจภูธรจังหวัด 43 เป้าหมาย ขณะที่เป้าหมายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้งการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ขบวนการค้ามนุษย์ ค้าอาวุธสงคราม และความผิดอื่น ๆ รวม 814 เป้าหมาย ด้านเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่อยู่เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมกว่า 8,788 ราย

ขณะที่เป้าหมายอาชญากรรมข้ามชาติ มีจำนวน 1,908 เป้าหมาย การติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการตั้งรางวัลนำจับ จำนวน 282 ราย เป็นผู้ต้องหาความผิดเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงยาเสพติด