ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้​ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​โท​ ฤทธิชัย ชุมช่วย สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 8​ (บก.สส.ภ.8)​

ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุม นายสุรศักดิ์ หรือบอย ครุฑซ้อน อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/2 หมู่ 7 ต.น้ำหัก อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมของกลางอาวุธปืนเอ็ม 16 อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานวางไว้ใกล้ตัว ยาบ้า 9,748 เม็ด ยาไอซ์ 9.7 กรัม​ กระสุนปืนขนาด 5.56 จำนวน 46 นัด และกระสุนปืนขนาด .22 อีก 45 นัด โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหา

พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อปี พ.ศ.2561 ตำรวจภูธรภาค 8 ได้เปิดยุทธการพิทักษ์เมืองคนดี ขุดรากถอนโคน ตัดโค่นต้นตอยาเสพติดเครือข่าย “นายเสรี ช่วยชนะ” หนึ่งในเครือข่ายยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้กว่า 373 คน ดำเนินคดีทั้งหมด 351 คดี พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนและยาเสพติดอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 500 ล้านบาท รวมถึงยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 27 ล้าน

พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามแม้ว่าการกวาดล้างในครั้งดังกล่าวจะจับกุมผู้ต้องหาไปได้มากพอสมควร แต่ทว่าตัวการใหญ่ของเครือข่ายคือ นายเสรี ช่วยชนะ ยังคงหลบหนีลอยนวล ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายสุรศักดิ์ฯ หนึ่งในเครือข่ายของนายเสรีฯ มีหน้าที่เป็นคนทวงหนี้ค่ายาเสพติดจากสมาชิกในเครือข่าย และพกอาวุธสงครามติดตัวไว้พร้อมต่อสู้ตลอด หนีกลับมากบดานในบ้านพัก จึงวางแผนนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นายสุรศักดิ์ฯ ให้การว่าอาวุธปืนได้รับมาจากผู้ค้ายาเสพติดในเครือข่ายนายเสรีฯ เพื่อใช้ในการทวงหนี้ให้เครือข่าย เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่ง ตำรวจภูธรภาค 8 ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง