ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พันตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.2 บก.ป.)​ และ พันตำรวจ​เอก​ กรกช ยงยืน สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.2 บก.ป.)​

ได้นำกำลังเข้าจับกุม นาย ส.พิเชษฐ์ พรหมรัตน์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 ซ.บางแวก 76 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม.ตามหมายจับศาลแขวงสุพรรณบุรี ที่ 135/2561 ลง 29 สิงหาคม 2561 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 99/2 หมู่บ้านวิลล่าบารมี ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2561 นาย ส.พิเชษฐฯ์ ได้ร่วมกับเพื่อนนักธุรกิจ ชาวอินเดีย เปิดบริษัท ไทยฟาร์มเมอร์ โปรดักส์ สักเสส จำกัด ซึ่งอ้างว่าเป็นบริษัทเกี่ยวกับการนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากประเทศรัสเซีย ก่อนจะทำทีไปติดต่อบริษัท มหาวงศ์ จำกัด เพื่อขอเสนอตัวเป็นตัวแทนนำเข้าปุ๋ยยูเรียมาขายให้กับบริษัทดังกล่าว จนบริษัทดังกล่าวหลงเชื่อยอมสั่งปุ๋ยยูเรียกับทางบริษัทของนาย ส.พิเชษฐ์ฯ​ จำนวน 50,000 ตัน พร้อมกับโอนเงินค่าปุ๋ยให้เป็นจำนวน 114 ล้านบาท แต่เมื่อถึงกำหนดรับส่งมอบปุ๋ย ทางนาย ส.พิเชษฐ์ฯ ไม่สามารถนำปุ๋ยมาส่งมอบให้ตามที่ตกลงกันไว้ ทางบริษัทผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทาง ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี จนมีการออกหมายจับ กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่านาย ส.พิเชษฐ์ฯ ได้หลบหนีมากบดานในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังไปจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นาย ส.พิเชษฐ์ฯ ให้การรับสารภาพว่าได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริง แต่ตนเองมิได้มีเจตนาฉ้อโกง โดยเงินจำนวน 114 ล้านบาท ที่ได้จากบริษัท มหาวงศ์ จำกัด ตนเองได้โอนให้กับนายฮัสสัน ชาวอินเดีย ซึ่งเป็นหุ้นส่วน แต่อยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าน่าจะนำเข้ามาได้ภายในเดือน สิงหาคม 2562 ที่จะถึงนี้ ส่วนการที่ก่อนหน้านี้ตนได้ขาดหายการติดต่อไปนั้นเป็นเพราะช่วงดังกล่าวตนเองมีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดสมองตีบ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับและจับกุมดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังมีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวตามพื้นที่ต่างๆติดตัวอีก 7 หมายจับ อีกทั้งนายฮัสสันฯ ชาวอินเดีย ที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างถึงนั้น ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่ง สภ.สองพี่น้อง รับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

(ชื่อผู้ต้องหาสะกดแบบนี้จริงๆนะครับ ผู้ต้องหาบอกว่าเป็นชื่อที่พระตั้งให้เพื่อความเป็นสิริมงคล)

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง