ตำรวจทางหลวงนครสวรรค์สกัดจับรถเก๋งต้องสงสัย พบแรงงานชาวเมียนมา 3 ราย ไม่มีเอกสารเข้าเมือง นั่งรถจาก จ.ตาก มุ่งหน้าจังหวัดนครปฐม คนขับสารภาพรับจ้างขนแรงงานหัวละ 3,000 บาท รวม 9,000 บาท ส่วนแรงงานเสียค่าเดินทางคนละประมาณ 10,000 บาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยตำรวจทางหลวง สกัดจับรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ แอททราจ สีเทา บนถนนพหลโยธิน พื้นที่ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ หลังพบมีลักษณะบรรทุกน้ำหนักมากผิดปกติ ตรวจสอบพบแรงงานชาวเมียนมา 3 ราย ไม่มีเอกสารเดินทางเข้าเมือง พร้อมจับกุมชายชาวไทย 2 ราย ซึ่งทำหน้าที่ขับรถและโดยสารมาด้วย
การจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และผู้บังคับบัญชากองบังคับการตำรวจทางหลวง โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. (นครสวรรค์) วางกำลังสกัดรถต้องสงสัย หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผ่านพื้นที่
กระทั่งพบรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วสูงและมีลักษณะบรรทุกน้ำหนักมากกว่าปกติ จึงขับรถวิทยุตรวจการณ์ติดตาม พร้อมส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ ก่อนสกัดรถได้บริเวณทางหลวงหมายเลข 1 กม.327+700 ต.ยางตาล อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์
จากการตรวจสอบพบผู้ขับขี่เป็นชายไทย อายุ 27 ปี มีชายไทย อายุ 24 ปี นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ และพบผู้โดยสารชาวเมียนมาอีก 3 ราย ภายในรถ เมื่อตรวจสอบเอกสารพบว่าทั้ง 3 รายไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางมาแสดง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาชายไทยทั้ง 2 ราย ฐานร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และร่วมกันให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ส่วนแรงงานชาวเมียนมาทั้ง 3 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โกรกพระ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
รับสารภาพค่าจ้างรวม 9,000 บาท
จากการสอบสวนเบื้องต้น คนขับรถให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ไปรับแรงงานชาวเมียนมาทั้ง 3 ราย จากพื้นที่ จ.ตาก เพื่อนำไปส่งยัง จ.นครปฐม โดยได้ค่าจ้างคนละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 9,000 บาท ขณะที่แรงงานชาวเมียนมาทั้ง 3 ราย ให้การผ่านล่ามว่า ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อเดินทางเข้ามาหางานทำในพื้นที่ชั้นใน โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละประมาณ 10,000 บาท
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ได้แก่ รถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ แอททราจ สีเทา และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย โดยผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

