ประชาชนส่วนใหญ่ค้านแก้กฎหมายเปลี่ยนที่มางบฯไทยพีบีเอสเปิดกว้างรับฟังทุกภาคส่วน เดินหน้าปฏิรูปองค์กร

จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำนวน 4 ฉบับ ซึ่งเสนอให้เปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุนหรือเงินอุดหนุนจากภาษีสุราและยาสูบเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่เปิดให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. – 14 ต.ค. 2569  

ผลการรับฟังความคิดเห็นที่ปรากฏในเว็บไซต์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 00.11 น. พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ โดยร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … มียอดเข้าชม 300,824 คน มีผู้แสดงความคิดเห็น 124,593 คน โดยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย 72.42% และเห็นด้วย 27.18%

ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ…..มีผู้ไม่เห็นด้วย 67.88% เห็นด้วย 31.84% ร่าง พ.ร.บ.กองทุนผู้สูงอายุ ไม่เห็นด้วย 73.12% เห็นด้วย 26.65% และร่าง พ.ร.บ.กองทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ไม่เห็นด้วย 89.47% เห็นด้วย 9.33% 

ซึ่งขั้นตอนกระบวนการจากนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะประมวลความคิดเห็นเพื่อส่งประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ และส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้คำรับรองก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม มีการข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำงานของระบบรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ โดยกำหนดการเปิดรับฟังความคิดเห็นระบุว่าจะสิ้นสุดในเวลา 00.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2569 แต่เมื่อล่วงเข้าสู่วันที่ 15 ตุลาคม ระบบยังคงเปิดให้ลงคะแนนได้ และพบว่าหลังพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวมีคะแนนโหวตเห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายเพิ่มขึ้นมากกว่า 7,000 คะแนน  

โดยนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการตั้งค่าระบบ โดยแบบฟอร์มเปิดรับฟังความคิดเห็นและส่วนที่ใช้ส่งความคิดเห็นมีการตั้งค่าแยกจากกัน ทำให้แบบฟอร์มยังสามารถส่งความคิดเห็นได้ แม้จะพ้นกำหนดเวลาปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้มีเจตนาขยายระยะเวลารับฟังความคิดเห็น สำหรับความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาหลังเวลา 00.00 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดรับฟังอย่างเป็นทางการ จะถูกแยกออกจากข้อมูลที่ได้รับภายในกำหนดเวลา และไม่นำมารวมในการสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ 

“หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบและรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน ก่อนจัดทำรายงานสรุปผลเพื่อนำไปประกอบร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ และใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายในสัปดาห์หน้า และจะเผยแพร่รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ต่อไป เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้” นายศิโรจน์ กล่าว 

ด้านนายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อการเปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาของเงินสนับสนุนไทยพีบีเอส ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปและพัฒนาองค์กรจากภายใน ไทยพีบีเอสพร้อมเปิดรับการปฏิรูปองค์กรและทบทวนบทบาทของสื่อสาธารณะให้สอดคล้องกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมสนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูปอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและพัฒนาสื่อสาธารณะที่ตอบโจทย์สังคม โดยคำนึงถึงหลักประกันความเป็นอิสระและประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ 

“ไทยพีบีเอส  ยินดีปฏิรูปองค์กรและบทบาทของสื่อสาธารณะ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกำหนดอนาคต แต่การปฏิรูปควรตั้งอยู่บนหลักประโยชน์สาธารณะและความเป็นอิสระของสื่อ แต่ไม่ใช่ปฏิรูปโดยการเมือง” นายพิเศษ กล่าว

นายพิเศษ ยังกล่าวถึงแผนโรดแมบปฏิรูปไทยพีบีเอส ที่ได้เตรียมไว้ว่า ได้เตรียมโรดแมบปฏิรูปองค์กรระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2570–2572) มุ่งเห็นผลจริงภายในปี 2572 ยกระดับสู่องค์กร One Thai PBS ผ่าน 3 ระยะ ได้แก่ Quick Wins ปรับปรุงงานเร่งด่วนและเพิ่มความโปร่งใส, Transformation เชื่อมโยงกระบวนการทำงาน เทคโนโลยี และเนื้อหา และ One Thai PBS บูรณาการองค์กรอย่างยั่งยืน โดยนำ AI และระบบดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพ ตั้งเป้าลดระยะเวลาทำงานหลักอย่างน้อย 30% เพิ่มผลิตภาพ 20% และพัฒนาสื่อสาธารณะที่เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น โปร่งใส และสร้างคุณค่าต่อสังคม

ไทยพีบีเอสยืนยันความพร้อมในการปฏิรูปองค์กรให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้สังคมมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนา เพื่อให้การปฏิรูปนำไปสู่สื่อสาธารณะที่เข้มแข็งและเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง