พนังงานสอบสวน สอท.1 นำตัวนายอัจฉริยะฝากขังศาลอาญา

ภายหลังจากตำรวจไซเบอร์ 1 เข้าบุกจับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ , ฟอกเงิน และ ลักลอบเล่นการพนันชกมวยฯ และสอบปากคำเสร็จสิ้น และคุมตัวมาฝากขังไว้ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.ทุ่งสองห้อง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทางพนักงานสอบสวนตำรวจ สอท. จะคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาในช่วงเช้าของวันนี้

โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทุ่งสองห้อง เปิดให้เยี่ยมในเวลา 08.00 น. มีทางญาตของนายอัจฉริยะ มารอเยี่ยมซึ่งคาดว่าเป็นทีมทนาย และภรรยานายอัจฉริยะ ซึ่งทั้งคู่ได้นำเอกสารเกี่ยวกับศาลมาให้นายอัจฉริยะอ่านและเซ็น

ขณะเดียวกันพ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เดินทางมาขอเข้าเยี่ยมนายอัจฉริยะเช่นกัน ซึ่งวานนี้ไม่มีโอกาสเข้าเยี่ยมเนื่องจากมาเกินเวลาเยี่ยมโดยในวันนี้พ.อ.นพ.ธวัชชัย ได้นำน้ำเปล่าและหมูปิ้ง 1 ชุด มาให้นายอัจฉริยะ อีกทั้งยังนำข้าวเหนียวหมูปิง กว่า 20 ชุด มาแจกนักข่าวที่มารอทำข่าวการฝากขังนายอัจฉริยะด้วย

พ.อ.นพ.ธวัชชัย ระบุว่า วันนี้มาให้กำลังใจหลังจากเมื่อวานมาช้าเลยไม่ได้เยี่ยม ซึ่งเมื่อวานก็รู้ว่ามีคนออกมาพูดกระแนะกระแหน เรื่องที่ตนเองพูดเปรียบเทียบกับเนลสัน แมนเดลา เขาก็เอาไปล้อซึ่งตนเองก็ไม่ได้คิดอะไร คนเราเห็นคนทุกข์ก็ต้องเห็นใจ เวลาเขาสุขเราก็ยินดี วันนี้ได้นำหมูปิ้ง น้ำดื่มมาให้คุณอัจฉริยะก็นั่งกินเหมือนกัน พอเห็นเขากินได้เยอะเราก็ดีใจ

ในยามที่คนมีทุกข์ก็มีทั้งคนซ้ำเติมและคนให้กำลังใจ เราจะเป็นฝั่งไหนก็ขึ้นอยู่ที่จิตใจเราเองแม้กระทั่งฝั่งตรงข้ามถ้าเขาตามผมเองก็เสียใจ อย่าทนายรูปหล่อคนหนึ่งที่มาบูลลี่ตนเมื่อวาน ตอนที่เขาโดนเรายังสงสาร สงสารลูกเขาพ่อก็ติด แม่ก็ติด จะอยู่กันยังไงแต่ตอนนี้ถ้าเขาเข้าไปใหม่ผมก็ไม่สมน้ำหน้าเขานะ แต่อยากให้สำนึกถึงสิ่งที่ทำ

ขณะที่ แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์ ที่ได้คอมเมนต์ใต้โพสต์ตัวเองว่า ”คบคนพาลพาลพาไปหาผิด“ ตนมองว่าคตินี้ดีมาก เดี๋ยวจะต้องไปบอกแม่แตงโม ว่าคุณแม่อาจจะไม่ได้สอนน้องแตงโมในเรื่องนี้

หมอธวัชชัย ยังบอกว่าที่ตนเองเข้าไปพูดคุยกับนายอัจฉริยะไม่ได้ถามเรื่องรายละเอียดคดีแต่จะเป็นการถามเรื่องสุขภาพ เรื่องยารักษาโรค เพราะนายอัจฉริยะเป็นความดัน รวมถึงได้ถามนายอัจฉริยะด้วยว่า หลังจากถูกดำเนินคดีแล้ว หลังจากนี้จะทำอย่างไรต่อไป

เมื่อถามว่า นายอัจฉริยะได้มีการพูดคุยกับหมอธวัชชัยหรือไม่ว่าตัวเองอาจถูกกลั่นแกล้ง หมอธวัชชัย บอกว่าตนเองไม่รู้เรื่องว่าจะมีการกลั่นแกล้งหรือไม่ แต่นายอัจฉริยะบอกแค่ว่า ไม่เคยมีการเปิดรับบริจาค หรือประชาสัมพันธ์ใดๆ ซึ่งตนเองก็ให้กำลังใจว่าของแบบนี้ไม่มีใครรู้ คนเราอาจจะเปลี่ยนกันได้ อย่างเวลาโอนเงินให้เพื่อน เพื่อนคนนั้นอาจไปรับคำสั่งใครมาแล้วกลับมาเล่นงานเราก็ได้ ซึ่งในอัจฉริยะยืนยันว่า ตนเองสุจริต เพราะที่ผ่านมาช่องทางโซเชียลมีเดียของนายอัจฉริยะได้ปิดไปทั้งหมดแล้ว

และอีกสิ่งหนึ่งที่ตนเองยืนยันได้คือเรื่องของหลักฐานแชตสนทนาไลน์ ที่มีชื่ออัจฉริยะ และมีรูปของนายอัจฉริยะ “ตนเองตีเก๊” เพราะจากที่รู้จักนายอัจฉริยะมา 5 ปี นายอัจฉริยะมีไลน์อยู่ 3 Account ไม่เคยมีชื่อแบบนี้มาก่อนแล้วอีกอย่างคนโง่ที่ไหน จะใช้ชื่อและรูปตัวเองไปเจรจาเรื่องเงินผิดกฏหมาย ส่วนตัวมองว่า บัญชีไลน์ลักษณะนี้ใครจะสร้างขึ้นมาได้ ซึ่งหลังจากนี้อยากให้มีการตรวจสอบ ว่าเป็นการปลอมแปลงหรือไม่

ต่อมาเวลา 09.00 น. ตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ในฐานะเจ้าของสำนวนคดี เดินทางมาถึงที่ สน.ทุ่งสองห้อง และเข้ามารับตัว นายอัจฉรัยะ ขึ้นรถไปฝากขังที่ศาลอาญา

ระหว่างควบคุมตัว นักข่าวสอบถามนายอัจฉริยะ ถึงประเด็นเงินบัญชีส่วนตัวปี 2567-2568 จำนวน 191 ล้านบาท ชี้แจงได้หรือไม่นั้น นายอัจฉริยะ ระบุว่า ชี้แจงได้ทุกประเด็น ส่วนเงินที่ผู้เสียหายโอนไปบริจาคแล้วไปหมุนเวียนใช้พนันมวยนั้น นายอัจฉริยะ บอก ”ไม่จริง“ พร้อมบอกว่า “ถ้าผมไปเล่นมวย 3-4ร้อยล้าน ผมเอาเงินไปเที่ยวไม่ดีกว่าเหรอ” พร้อมยอมรับว่า เป็นไปได้ที่ตนเองจะถูกกลั่นแกล้ง และเชื่อว่ามีใบสั่ง เพราะบัญชีชมรมฯ ของตนเอง ปิดไปตั้งแต่ ปี 2565 ซึ่งเรื่องนี้สามารถไปตรวจสอบดูได้ที่เฟซบุ๊กชมรม

ส่วนเงินที่เคยได้รับบริจาคยังอยูหรือไม่นั้น นายอัจฉริยะ ตอบว่า “ไม่ใช่ ไม่จริง” หลังจากนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ไม่เป็นไร รวมถึงไม่มีอะไรจะฝากถึงใคร

ส่วนวันนี้จะได้ประกันตัวหรือไม่นั้น นายอัจฉริยะ บอกเพียงว่า ”อย่าพึ่งไปคิดเลย“ จากนั้นก็พานายอัจฉริยะขึ้นรถตำรวจ เดินทางไปศาลอาญาทันที ซึ่งนายอัจฉริยะ ไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดใดๆ