กระทรวงการต่างประเทศจีนจัดวงเสวนากับสื่อจากประเทศอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับพัฒนาการและอนาคตความสัมพันธ์จีน–อาเซียน โดยมีผู้แทนจากกรมกิจการเอเชีย ได้แก่ หวัง เต๋อซิน หวัง เสี่ยวหลง และจาง ย่าฉี พร้อมด้วยหลัว เจินเจิน จากกรมข่าวสาร การสื่อสาร และการทูตสาธารณะ เข้าร่วม

นายหวัง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษากรมกิจการเอเชีย กล่าวว่า จีนและอาเซียนเป็นเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด นับตั้งแต่เริ่มความสัมพันธ์ในฐานะคู่เจรจาเมื่อปี 1991 ความร่วมมือเติบโตอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายจะประกาศยกระดับความสัมพันธ์เป็น หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม ในปี 2021
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายรักษาการพบปะระดับสูง และขยายความร่วมมือทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน โดยจีนยืนยันสนับสนุนบทบาทความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค
ด้านเศรษฐกิจ นายหวังระบุว่า จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียนติดต่อกัน 17 ปี ขณะที่อาเซียนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนติดต่อกัน 6 ปี มูลค่าการค้าระหว่างกันในปี 2025 สูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามพิธีสารยกระดับเขตการค้าเสรีจีน–อาเซียน หรือ FTA 3.0 เมื่อเดือนตุลาคมปีเดียวกัน

ความร่วมมือยังครอบคลุมโครงการอุตสาหกรรมและการเชื่อมโยงการขนส่ง เช่น ทางรถไฟจีน–ลาว และเส้นทางการค้าระหว่างประเทศทางบก–ทางทะเล นายหวังกล่าวว่า ผลประโยชน์ไม่ได้ปรากฏเพียงในตัวเลขการค้า แต่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งผลไม้จากอาเซียนที่ส่งไปถึงผู้บริโภคในพื้นที่ตอนในของจีน และรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่เข้าสู่ตลาดอาเซียน
อีกด้านหนึ่ง จีนให้ความสำคัญกับ ความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยได้จัดตั้งกลไกและศูนย์ความร่วมมือหลายแห่ง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนข้อมูล ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ตลอดจนการกำหนดและยอมรับมาตรฐานร่วมกัน
ผู้แทนจีนกล่าวว่า องค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลกก่อตั้งขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านธรรมาภิบาล AI ในระดับโลก โดยมีประเทศอาเซียน 7 ประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง และจีนหวังว่าไทยจะเข้าร่วมในเร็ววัน เพื่อร่วมแบ่งปันประโยชน์จากการพัฒนา AI และทำงานร่วมกันด้านการกำกับดูแลเทคโนโลยีนี้
สำหรับความสัมพันธ์ระดับประชาชน นายหวังกล่าวถึงการขยายตัวของการท่องเที่ยว การศึกษา และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยระบุว่ามีเที่ยวบินโดยสารประจำระหว่างจีนกับประเทศอาเซียนมากกว่า 2,500 เที่ยวต่อสัปดาห์ และจำนวนนักศึกษาแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝ่ายรวมอยู่ที่ 177,000 คน ณ สิ้นปีที่ผ่านมา
“ AI และเทคโนโลยี เป็นแนวหน้าความร่วมมือระหว่างประเทศ”
น.ส.มณีนาถ อ่อนพรรณา ผู้สื่อข่าวจากประเทศไทย ถามถึงความร่วมมือด้านความรู้ AI และเทคโนโลยีระหว่างจีนกับอาเซียน รวมถึงแผนการตอบสนอง หากเกิดเหตุฉุกเฉินทาง AI จีนและอาเซียนจะรับมืออย่างไร
นายหวัง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษากรมกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า ความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเป็นหนึ่งในแนวหน้าของความร่วมมือระหว่างประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรม AI ของจีนและประเทศต่าง ๆ ในเอเชียเติบโตต่อเนื่อง จีนจึงให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์จีน–อาเซียน
ที่ผ่านมา จีนได้จัดตั้งกลไกและศูนย์ความร่วมมือด้าน AI หลายแห่ง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนข้อมูล ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ตลอดจนการกำหนดมาตรฐานและการยอมรับมาตรฐานร่วมกัน
เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลกได้ก่อตั้งขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ โดยจีนระบุว่าเป็นความริเริ่มเพื่อตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องของประเทศกำลังพัฒนา และส่งเสริมความร่วมมือด้านธรรมาภิบาล AI ในระดับโลก ปัจจุบันมีประเทศอาเซียน 7 ประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง พร้อมแสดงความหวังว่าไทยจะเข้าร่วมในเร็ววัน เพื่อร่วมแบ่งปันประโยชน์จากการพัฒนา AI และทำงานร่วมกันด้านการกำกับดูแลเทคโนโลยีนี้
ผู้แทนจีนกล่าวทิ้งท้ายว่า เทคโนโลยี AI เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องซึ่งมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ทุกฝ่ายติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
“การแทรกแทรงจากภายนอก” คือความท้ายทายจีน-อาเซียน
เมื่อถูกถามถึงความท้าทายใหญ่ีที่สุดของความสัมพันธ์จีน–อาเซียน ผู้แทนจีนแสดงความเห็นว่า “การแทรกแซงจากภายนอก” เป็นความท้าทายสำคัญ โดยระบุว่าบางประเทศนอกภูมิภาคพยายามสร้างกลุ่มความร่วมมือแบบกีดกัน ทำให้เอเชียตะวันออกกลายเป็นพื้นที่แข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ และกดดันให้ประเทศอาเซียนเลือกข้าง
ผู้แทนจีนเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเสริมความร่วมมือ รักษาความเป็นอิสระในการกำหนดยุทธศาสตร์ของตนเอง และยึดหลักสันติภาพ ความเปิดกว้าง และการอยู่ร่วมกันอย่างครอบคลุม พร้อมเดินหน้าการรวมตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาค
ข่าว-ภาพ : มณีนาถ อ่อนพรรณา

