“ป๋อง สุพรรณ” เข้าให้ปากคำกองปราบฯ ยันไม่มีอำนาจเบิกจ่ายเงินมูลนิธิหวันโชติ แจงปมทอง 9 กก. ยอมรับเสียใจ-ขอให้ดำเนินการตามหลักฐาน

“ป๋อง สุพรรณ” เข้าให้ปากคำกองปราบฯ ปมมูลนิธิหวันโชติ ยืนยันไม่มีอำนาจเบิกจ่ายเงิน แจงทอง 9 กก. นำไปใช้หุ้มองค์พ่อจตุคามฯ พร้อมยอมรับเสียใจและขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพยานหลักฐาน หากใครผิดให้เป็นไปตามกฎหมาย

วันที่ 22 ก.ย. ภายหลังนายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระชื่อดัง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีเกี่ยวข้องกับมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งมีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์เป็นผู้เกี่ยวข้อง พร้อมนำข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของมูลนิธิมามอบให้พนักงานสอบสวน

ต่อมาหลังจากให้ปากคำเสร็จสิ้น ”ป๋อง สุพรรณ“ ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้ตนนำข้อมูลและเอกสารหลายส่วนมาให้พนักงานสอบสวน โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิ พร้อมยืนยันว่า แม้ตนจะมีชื่อเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ แต่ไม่มีอำนาจในการสั่งจ่ายหรือเบิกถอนเงินของมูลนิธิ โดยอำนาจดังกล่าวอยู่กับอดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และกรรมการที่ได้รับมอบหมาย

สำหรับสาเหตุที่ตนเข้าไปเป็นกรรมการมูลนิธิ เนื่องจากเกิดจากความศรัทธา และเห็นว่ามูลนิธิสามารถนำเงินไปช่วยเหลือประชาชนได้ เช่น จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือสิ่งของเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ที่ผ่านมาแทบไม่มีการเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อรับทราบรายละเอียดการดำเนินงาน

ส่วนเรื่องการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิ จากข้อมูลที่ตนทราบ เงินที่เข้ามูลนิธิจะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ เช่น การจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โดยมีการโอนเงินไปยังบริษัทหรือผู้รับโดยตรง และตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินแต่อย่างใด

ส่วนกรณี “ทองคำประมาณ 9 กิโลกรัม” ที่ถูกตั้งคำถามว่าเกี่ยวข้องกับการถวายทองให้อดีตเจ้าอาวาสหรือไม่นั้น ป๋อง สุพรรณ ยืนยันว่า ทองดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้หุ้มองค์พ่อจตุคามรามเทพภายในวัด โดยช่างเป็นผู้ประเมินว่าต้องใช้ทองประมาณ 9 กิโลกรัม และตนเองได้ร่วมถวายทองจำนวน 1 กิโลกรัมด้วยความศรัทธา

ป๋อง สุพรรณ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันทองคำส่วนหนึ่งยังอยู่กับช่าง ล่าสุดช่างได้ติดต่อกลับมาเพื่อส่งคืน เพื่อนำไปดำเนินการต่อหรือส่งมอบให้ทางวัดพิจารณาต่อไป
ขณะที่ประเด็น “เหรียญเหนือดวง” ยืนยันว่า ตนไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดสร้างเหรียญรุ่นดังกล่าว เนื่องจากเหรียญเหนือดวงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2549 ขณะที่ตนเพิ่งเข้าวัดในปี 2552 และบวชที่วัดในปี 2559 จึงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์การจัดสร้างเหรียญรุ่นดังกล่าว

ส่วนวัตถุมงคลรุ่นอื่นๆ ยอมรับว่าเคยช่วยประชาสัมพันธ์และชักชวนผู้ที่มีจิตศรัทธาให้ร่วมทำบุญ โดยมีความตั้งใจว่าเงินที่ได้จะนำไปใช้ในการบูรณะวัด แต่ยืนยันว่าไม่เคยนำเงินวัดมาใช้หรือรับเงินจากวัด และหากมีการจองวัตถุมงคล ตนเองก็จ่ายเงินในราคาเดียวกับผู้ร่วมทำบุญรายอื่น

ป๋อง สุพรรณ ยังกล่าวถึงความรู้สึกหลังเกิดเรื่องว่า รู้สึกเสียใจและรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนเองและครอบครัวมีความศรัทธาอดีตเจ้าอาวาสมานานหลายปี และเคยชักชวนลูกศิษย์ รวมถึงนักมวย เดินทางไปกราบไหว้และทำบุญที่วัด แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้น จึงต้องแยกระหว่าง “ความศรัทธา” กับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน หากใครกระทำผิดก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังฝากถึงผู้ที่จะเข้ามาดูแลวัดต่อไปว่า อยากให้ช่วยรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเอาไว้ เพื่อให้ประชาชนและลูกศิษย์สามารถเข้าไปกราบไหว้และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจต่อไป

ป๋อง สุพรรณ ยังกล่าวขอโทษลูกศิษย์และผู้ที่ตนเคยชักชวนให้เดินทางไปทำบุญที่วัด พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาการชักชวนดังกล่าวเกิดจากความศรัทธา และไม่ได้มีเจตนาหาผลประโยชน์จากการทำบุญ

”วันนี้พนักงานสอบสวน ได้รับข้อมูลและเอกสารที่นำมาให้ในไว้แล้ว ซึ่งมีความเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐานต่อไปอีกด้วย” เซียนพระดัง กล่าว