พรรคประชาชนดักคอรัฐบาล ห้ามเว้น EIA ให้ Data Center 

วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย สส. พรรคประชาชน ร่วมกันแถลงข่าวแสดงข้อกังวลและเสนอแนวทางการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล (Data Center) ตามขนาด หลังจากคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษามาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งมี ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กรุงเทพฯ เขต 1 เป็นประธาน ได้จัดประชุมติดตามข้อมูลเรื่องดังกล่าว

วีระยุทธเปิดเผยว่า ปัจจุบันการลงทุน Data Center ในประเทศไทยมีประมาณ 65 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สูงกว่า 1 ล้านล้านบาท กลายเป็น “เดอะแบก” จีดีพีให้กับรัฐบาล อย่างไรก็ดี การลงทุนดังกล่าวต้องแลกมาด้วยการปล่อยผ่านช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยไม่ถูกจัดให้เป็นโรงงาน และไม่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จนนำไปสู่ความกังวลอย่างกว้างขวาง ทั้งเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ ไฟฟ้า การกักเก็บน้ำมัน มลพิษทางสิ่งแวดล้อม เสียงรบกวน รวมถึงความคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

วีระยุทธ กล่าวอีกว่า พรรคประชาชนได้เรียกร้องให้มีการกำกับดูแลมาตั้งแต่ปี 2567 และย้ำเตือนมาตลอดตั้งแต่กลางปีเมื่อการก่อสร้างเริ่มขยายตัว แต่รัฐบาลกลับดำเนินการล่าช้า เพิ่งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาศูนย์ข้อมูล (บอร์ด Data Center) และประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับการกำหนดเงื่อนไขการลงทุนหรือการประเมินผลกระทบ พรรคประชาชนกังวลว่าจะไม่ทันการณ์และขาดความรัดกุม จึงได้ทำงานคู่ขนานผ่านคณะอนุกรรมธิการฯ เพื่อยกเครื่องมาตรฐานอุตสาหกรรมใหม่

ด้าน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สส.ระยอง เขต 1 พรรคประชาชน ได้สะท้อนปัญหาจากการลงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่า ประชาชนในพื้นที่กังวลใจอย่างมากตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อสร้าง ทั้งปัญหาเสียงรบกวน ฝุ่นละออง และการลักลอบทิ้งขยะจากการก่อสร้าง โดยไม่มีหน่วยงานใดเข้ามากำกับดูแลอย่างชัดเจน ตนจึงกังวลว่า หากเปิดดำเนินการจริงจะเกิดผลกระทบจะยิ่งรุนแรงขึ้น ประกอบกับการชี้แจงของหน่วยงานชั้นอนุกรรมาธิการฯ ที่พบว่ารัฐบาลและบอร์ด Data Center ยังไม่มีความชัดเจน ก็ยิ่งสร้างความกังวลให้พื้นที่มากขึ้น

ขณะที่ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอแนวทางแก้ไขโดยให้แบ่งการกำกับดูแล Data Center ตามขนาด (S-M-L) โดยใช้เกณฑ์ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า ดังนี้

ไซส์ S ขนาดเล็ก: ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 500 กิโลวัตต์

ไซส์ M ขนาดกลาง: ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 500 กิโลวัตต์ ถึง 10 เมกะวัตต์

ไซส์ L ขนาดใหญ่: ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 10 เมกะวัตต์ขึ้นไป ซึ่งโครงการในพื้นที่ EEC ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มนี้

อิสริยะระบุว่า จากการให้ข้อมูลของหน่วยงาน น่ากังวลว่าบอร์ด Data Center จะมีแนวโน้มไม่บังคับทำ EIA แต่พรรคประชาชนเห็นว่าโครงการขนาดกลางและใหญ่ (ไซส์ M และ L) ควรต้องจัดทำ EIA เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้พลังงานและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ด้าน ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า กระบวนการ EIA เป็นกลไกเดียวที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจก่อนการก่อสร้าง หากยกเลิก EIA เท่ากับเป็นการตัดทอนสิทธิของประชาชน การกำกับดูแลตามขนาดจะช่วยให้การควบคุมง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยจำแนกได้อย่างชัดเจนว่า Data Center แต่ละขนาดควรตั้งอยู่ในผังเมืองเขตใด พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลและประกันสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

วีระยุทธ กล่าวว่า พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการปล่อยผ่านเรื่อง EIA และเร่งออกมาตรการกำกับดูแลตามขนาดโดยเร็ว โดยเฉพาะการกำหนดเงื่อนไขการทำ EIA ในขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งพรรคประชาชนจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และเตรียมนำเสนอรายละเอียดมาตรการกำกับดูแลที่ลึกขึ้นในลำดับถัดไป