กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนหนักถึงหนักมาก ระลอกแรกกระทบเหนือ–อีสาน–กลาง–ตะวันออก ก่อนร่องมรสุมเลื่อนลงช่วง 10–13 ก.ย. กทม.–ปริมณฑลและภาคใต้รับฝนต่อเนื่อง เตือนพื้นที่เชิงเขา–ที่ลุ่มระวังน้ำป่าและน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมจับตาหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มทวีกำลังเป็นพายุหมุนเขตร้อน

เมื่ออวันที่ 9 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์รายงานว่า : “กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 4 (194/2569) ลงวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. แจ้งเตือนสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบระหว่างวันที่ 8–13 กันยายน 2569 โดยหลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักและปริมาณฝนสะสม
ช่วงวันที่ 8–9 กันยายน ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมจีนตอนใต้ เวียดนามและลาวตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
จากนั้นช่วงวันที่ 10–13 กันยายน พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีฝนลดลง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ขณะเดียวกันมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม พร้อมหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำที่อาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้น
อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือช่วงวันที่ 11–13 กันยายน หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีแนวโน้มทวีกำลังเป็นพายุหมุนเขตร้อนในระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางด้วยความระมัดระวัง
ประชาชนติดตามข้อมูลได้ทางเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยม www.tmd.go.th หรือสอบถามโทร. 0-2399-4012–13 และสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง
แหล่งที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา
https://share.google/aYwe0oGDnsRmpq8q0

