“ไพโรจน์” เยือนสิงคโปร์ เดินหน้าต่อยอดข้อตกลงผู้นำสู่ความร่วมมือกองทัพเรือ หารือเพิ่มขีดความสามารถทางทะเล–เทคโนโลยีทหาร รับมือภัยคุกคามยุคใหม่ พร้อมรับเครื่องอิสริยาภรณ์เชิดชูบทบาทกระชับสัมพันธ์กลาโหมไทย–สิงคโปร์

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 6–8 กันยายน 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และผลักดันความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงทางทะเลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเพื่อรับมือภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้น
การเยือนครั้งนี้มีขึ้นภายหลังการประชุม Leaders’ Retreat ไทย–สิงคโปร์ ครั้งที่ 5 ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศร่วมกำหนดทิศทาง “ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มองไปข้างหน้า” โดยกองทัพเรือเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ระดับผู้นำประเทศสู่การปฏิบัติในมิติความมั่นคงทางทะเล

พล.ร.อ.ไพโรจน์ได้พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารเรือสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงและหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือ ทั้งการฝึกร่วมระดับทวิภาคีและพหุภาคี การแลกเปลี่ยนข้อมูลความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนกำลังพล และการศึกษาทางทหาร
ประเด็นสำคัญคือการขยายความร่วมมือสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และเทคโนโลยีทางทหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ผู้บัญชาการทหารเรือและคณะยังได้เยี่ยมชมการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของกองทัพเรือสิงคโปร์ ศึกษาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการทางเรือ พร้อมแสวงหาโอกาสร่วมวิจัยและพัฒนา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ภัยคุกคามทางทะเล สอดคล้องกับแนวทางพัฒนากองทัพเรือไทยให้ทันสมัยและเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองระยะยาว
อีกวาระสำคัญ เมื่อวันที่ 8 กันยายน ณ กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ นาย Chan Chun Sing รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ เป็นผู้แทนมอบเครื่องอิสริยาภรณ์เชิดชูเกียรติทางทหาร Meritorious Service Medal (Military) หรือ MSM (Military) ซึ่งประธานาธิบดี Tharman Shanmugaratnam แห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ มอบให้แก่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เพื่อยกย่องบทบาทในการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านกลาโหมระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โฆษกกองทัพเรือระบุว่า การได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ครั้งนี้เป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการทหารเรือและกองทัพเรือไทย อีกทั้งสะท้อนมิตรไมตรีและความไว้วางใจที่ทั้งสองกองทัพเรือพัฒนาและสานต่อมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ไทยและสิงคโปร์ต่างมีเศรษฐกิจและความมั่นคงเชื่อมโยงกับทะเลอย่างใกล้ชิด โดยผู้นำทั้งสองประเทศยืนยันความสำคัญของการรักษาเส้นทางคมนาคมทางทะเลให้มั่นคง ปลอดภัย และเปิดกว้าง เพื่อให้การเดินเรือ การค้า พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมยึดมั่นในสิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS
“เครื่องอิสริยาภรณ์ที่ได้รับในวันนี้ ไม่เพียงเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการทหารเรือ แต่เป็นภาพสะท้อนของมิตรภาพและความไว้วางใจระหว่างสองกองทัพเรือ ขณะที่การหารือในวันนี้คือการมองไปข้างหน้าว่า ไทยและสิงคโปร์จะนำความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนี้มาต่อยอดเป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมต่อไป” โฆษกกองทัพเรือกล่าว

