ทนายปราบโกง นำผู้เสียหายร้อง ผบช.น. ขอขยายผลคดีทรัพย์สินสูญหาย

9

ทนายปราบโกงนำผู้เสียหายร้อง ผบช.น. ขอขยายผลคดีทรัพย์สินสูญหายเผยต้องควักเงินประมาณ 450,000 บาท ไถ่ทรัพย์ของตัวเองคืน หลังถูกคนงานในบ้านลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 68 จี้ตรวจสอบเส้นทางทรัพย์–เส้นเงินให้ชัดเจน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ผู้เสียหายพร้อมด้วย นายกฤษฎา อินทามระ หรือทนายปราบโกงเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. กรณีให้ติดตามและตรวจสอบการสอบสวนคดีทรัพย์สินมีค่า หลังถูกคนร้ายเป็นคนในบ้านลักทรัพทองรูปพรรณ และเครื่องประดับสูญหาย ตั้งแต่ธ.ค.68 พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำทรัพย์บางส่วนไปจำนำ รวมถึงข้อมูลรายการเดินบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายเห็นว่าสมควรได้รับการตรวจสอบขยายผล โดยมี พ.ต.อ.วิวัฒนชัย บุญญานุพงศ์ ผกก.ฝอ.7 บก.อก.บช.น. รับเรื่องราวร้องทุกข์ดังกล่าว

โดยนางเอ นามสมุติ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ทรัพย์ดังกล่าวเป็นทรัพย์ของตนเองที่สูญหายไปจากเหตุในคดี จึงเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรถูกมองเพียงว่า ติดตามทรัพย์คืนได้แล้วแต่การที่เจ้าของทรัพย์ต้องเสียเงินอีกจำนวนมากเพื่อให้ได้มาทรัพย์ของตนเองที่ถูกลักไปย่อมไม่เป็นธรรม เปรียบเสมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด แต่การที่ผู้เสียหายรู้ตัวผู้รับของจากคนร้ายก็ยิ่งมีเหตุสมควรที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบว่า เงินหรือทรัพย์ที่ได้จากการจำนำในครั้งแรกไปอยู่ที่ใด และใครได้รับประโยชน์จากเงินหรือทรัพย์ดังกล่าว

ด้านนายกฤษฎา กล่าวว่า ทางผู้เสียหายยังได้ข้อมูลรายการเดินบัญชีธนาคารของคนร้ายซึ่งปรากฏรายการเงินเข้าและเงินออกหลายรายการมีวงเงินหมุนเวียนในบัญชีบางเดือนสูงกว่าล้านบาทด้วย อย่างไรก็ตาม เหตุใดเมื่อพบว่าทรัพย์ของผู้เสียหายอยู่ในโรงรับจำนำหรือร้านทองแล้ว ผู้เสียหายจึงต้องนำเงินของตนเองประมาณ 450,000 บาทไปไถ่ถอนทรัพย์ของตนเองกลับคืนมา โดยมีการดำเนินการติดตามเงินหรือบุคคลที่ได้รับประโยชน์ต่อไปหรือไม่ และต้องการทราบว่าเมื่อทรัพย์สินบางส่วนยังไม่สามารถติดตามคืนได้ แต่ข้อมูลเส้นทางการเงินยังมีประเด็นต้องตรวจสอบ เหตุใดตำรวจจึงเร่งรีบสั่งฟ้องจึงได้จำเลยเพียงรายเดียวโดยไม่มีการขยายผลในด้านอื่นให้ครบถ้วน จึงร้องขอความเป็นธรรมกรณีดังกล่าว