“ชมพู่ พรพรรณ” เปิดใจก่อนลงสนามดวลญี่ปุ่นรอบตัดเชือก ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 ชี้ทีมเน้นติวเข้มเกมรับและการสกัดกั้นเป็นพิเศษ เชื่อไทยไม่ได้กดดัน เพราะมีผู้เล่นที่ทดแทนกันได้หลากหลายตำแหน่ง ขณะที่ญี่ปุ่นใช้ผู้เล่นชุดเดิมมาตลอด จึงต้องทำการบ้านหนักกว่า พร้อมย้ำทีมกำลังอยู่ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มั่นใจ และพร้อมสู้เต็มที่

ก่อนการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 นัดสำคัญที่ทีมชาติไทยมีโปรแกรมพบกับทีมชาติญี่ปุ่น “ชมพู่” พรพรรณ เกิดปราชญ์ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของทีม โดยยอมรับว่าช่วงก่อนเกมได้เน้นรายละเอียดเกี่ยวกับ เกมรับและการสกัดกั้น เป็นพิเศษ
ชมพู่ กล่าวว่า ทีมพยายามสอนและเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับการป้องกัน โดยเฉพาะการรับมือผู้เล่นแต่ละคนของญี่ปุ่น เพื่อให้แนวรับของไทยสามารถรับมือกับรูปแบบการเล่นของคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“เราจะทำยังไงให้สามารถป้องกันแนวรับของเราได้ในแต่ละบุคคลของเขา ซึ่งเราเก็บรายละเอียดตรงนี้ เพราะจริงๆ แล้วเราไม่ได้ห่วงเรื่องเกมรุกสักเท่าไหร่” พร้อมมองว่า หากทีมสามารถรับบอลและเล่นเกมรับได้ดี จะช่วยให้การขึ้นเกมรุกของไทยมีประสิทธิภาพตามไปด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาเกมรุกของทีมไม่ได้เป็นปัญหาหลัก แต่สิ่งที่ทีมให้ความสำคัญมากกว่าคือการยกระดับเกมรับ
“ตั้งแต่เล่นมา เราจะค่อนข้างซีเรียสเรื่องเกมรับมากกว่า เพราะถ้ารับได้ เวลาเรารุกเราก็ไม่ค่อยมีปัญหาเลย วันนี้เราเลยเข้มข้นเรื่องนี้นิดหนึ่ง”
อีกหนึ่งประเด็นที่ชมพู่มองว่าน่าสนใจคือเรื่องของผู้เล่น เพราะไทยและญี่ปุ่นมีความแตกต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนผู้เล่นในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นทีมที่ไทยพบกันเป็นประจำทุกปี และผู้เล่นของญี่ปุ่นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก ขณะที่ทีมชาติไทยมีการสลับผู้เล่นตามสถานการณ์ ทั้งจากอาการบาดเจ็บ การหมุนเวียนผู้เล่น และการแข่งขันรายการต่างๆ
“เราเจอกันทุกปี เขาไม่ได้เปลี่ยนคนเลย เขาไม่ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นเลย อันนี้ค่อนข้างสำคัญนิดหนึ่งตรงที่ว่ารายละเอียดตัวผู้เล่น”
ชมพู่ยกตัวอย่างว่า ทีมไทยมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในหลายช่วง ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นบางคนที่มีอาการบาดเจ็บ การส่งผู้เล่นรุ่นน้องลงสนาม หรือการหมุนเวียนผู้เล่นในศึก VNL ซึ่งทำให้ทีมมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น
“ของเราอะมีแบบว่า พี่บางคนมีบาดเจ็บบ้าง มีน้องเล่น พี่เล่นอะไรอย่างนี้ แล้วก็ใน VNL อย่างนี้ หนูก็ไม่ได้เล่น แล้วบางคนก็เปลี่ยนลงไปอะไรอย่างนี้”
ด้วยเหตุนี้ กัปตันทีมชาติไทยจึงมองกลับกันว่า ญี่ปุ่นอาจต้องทำการบ้านหนักกว่าไทย เพราะต้องเตรียมรับมือกับผู้เล่นหลายรูปแบบของทีมไทย ซึ่งทีมญี่ปุ่นต่างหากที่จะต้องทำการบ้านหนักกว่าเรา เพราะเราอะมีตัวผู้เล่นซึ่งทดแทนกันได้หมด
ชมพู่ยังชี้ให้เห็นว่าองค์ประกอบของทีมไทยในแต่ละตำแหน่งมีความหลากหลาย ทั้งผู้เล่นบอลเร็ว ตัวตีหัวเสา และผู้เล่นในตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนตัวลงสนาม ญี่ปุ่นก็ต้องปรับแผนตามผู้เล่นที่เข้ามาใหม่

“พวกกลางเราก็ไม่เหมือนเดิม ตัวโค้งเราก็ไม่เหมือนเดิม ตัวเส้นเราก็ไม่เหมือนเดิม กลายเป็นว่าเขาต้องทำงานหนัก ว่าถ้าเกิดคนนี้ลงมา แล้วคนนี้ล่ะ ถ้าคนนี้ไม่ได้ลง คนนี้ลง คนนี้จะตียังไง”
สำหรับความรู้สึกก่อนเกมสำคัญกับญี่ปุ่น ชมพู่ยืนยันว่า ตัวเธอเองและเพื่อนร่วมทีมไม่ได้รู้สึกกดดันแต่อย่างใด แม้จะเป็นเกมที่มีความสำคัญและต้องเจอกับคู่แข่งระดับแถวหน้าของเอเชีย สำหรับเกมวันพรุ่งนี้ สำหรับตัวชมเอง แล้วก็ทุกๆ คนในทีม ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกกดดัน ไม่ได้มีความกดดันอะไรเลย พร้อมเผยว่า บรรยากาศภายในทีมเวลานี้ค่อนข้างผ่อนคลาย นักกีฬาทุกคนยังมีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ และที่สำคัญคือมีความมั่นใจทั้งในตัวเองและเพื่อนร่วมทีม
ถ้าบอกในแนวของรูปแบบเกมหรือบรรยากาศ ทีมค่อนข้างรีแล็กซ์ แล้วก็ค่อนข้างที่จะสู้ และรู้สึกมั่นใจ.และย้ำถึงความสำคัญของความเชื่อใจกันภายในทีม โดยมองว่าการที่ผู้เล่นทุกคนเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองและเพื่อนร่วมทีม จะเป็นปัจจัยสำคัญก่อนลงสนามเจอกับญี่ปุ่น
ท้ายที่สุด ชมพู่มองว่าเกมระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งเกมที่น่าติดตาม และเชื่อว่าทีมชาติไทยจะลงสนามด้วยความพร้อมและความมั่นใจ พร้อมฝากถึงแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยให้ร่วมส่งกำลังใจให้กับทีม
“เกมวันพรุ่งนี้จะเป็นเกมที่สนุกมากๆ แล้วก็อยากให้ทุกคนช่วยเป็นกำลังใจและเชียร์พวกเราค่ะ”




