“โค้ชอ๊อด” รับคาซัคสถานเล่นยาก ไทยพลาดเองเยอะ เร่งเช็กสภาพร่างกายก่อนรอบน็อกเอาต์

17

“โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เปิดใจหลังไทยเอาชนะคาซัคสถาน 3-1 เซต ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 ยอมรับคู่แข่งเล่นได้ดี โดยเฉพาะเซต 3 ขณะที่ไทยมีข้อผิดพลาดเองหลายจังหวะ พร้อมเผยต้องบริหารผู้เล่นที่มีอาการตึงและบาดเจ็บ เพื่อรักษาสภาพร่างกายก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

หลังวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยเอาชนะคาซัคสถาน 3-1 เซต ในศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 “โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร เปิดเผยว่า เกมดังกล่าวไม่ใช่งานง่าย เนื่องจากคาซัคสถานมีรูปแบบการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ และมีผู้เล่นรูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งเมื่อเข้าสู่จังหวะที่เล่นได้ดี จะสามารถสร้างปัญหาให้กับทีมไทยได้อย่างมาก

โค้ชอ๊อด กล่าวว่า ทุกครั้งที่ไทยพบกับคาซัคสถานถือเป็นเกมที่ต้องใช้ความพยายาม เนื่องจากคู่แข่งมีช่วงเวลาที่สามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะใน 2 เซตแรกที่คาซัคสถานทำได้ดี และเซตที่ 3 ยิ่งยกระดับการเล่นขึ้นมาอีก

“จริง ๆ แล้วเขาก็สไตล์การเล่นเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว มันก็ไม่ง่าย ทุก ๆ ครั้งที่เราเจอคาซัคสถาน เขาก็รูปร่างสูงใหญ่ จังหวะที่เขาดีเนี่ย เขาดีมาก”

นอกจากฟอร์มของคู่แข่งแล้ว โค้ชอ๊อดมองว่าอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกมไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ คือความผิดพลาดของทีมไทยเอง โดยเฉพาะในจังหวะที่ทีมกำลังสร้างโอกาสทำคะแนน

แม้ไทยจะทำได้ดีทั้งการเสิร์ฟ การเล่นแรลลี่ และการโจมตี แต่กลับมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้เสียโอกาสในการทำคะแนนและปิดเกมได้ง่ายขึ้น

“ประกอบกับจังหวะที่เรามีเออร์เรอร์กันเองเยอะ ในจังหวะที่การเสิร์ฟก็ดี การทำแรลลี่ การทำบล็อกแอทแทกก็ดี เราเออร์เรอร์เยอะ มันก็เลยพลาดโอกาสไปนะครับ ก็ต้องขอโทษแฟน ๆ ด้วย”

อย่างไรก็ตาม โค้ชอ๊อดยืนยันว่า นักกีฬาทุกคนพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันทีมงานต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสภาพร่างกายของผู้เล่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีนักกีฬาบางรายที่ยังมีอาการกล้ามเนื้อตึง รวมถึงมีอาการอักเสบและบาดเจ็บ

ด้วยเหตุนี้ทีมจึงจำเป็นต้องบริหารและโรเตชันผู้เล่น เพื่อไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น เพราะยังมีการแข่งขันสำคัญรออยู่ในรอบต่อไป

“เราก็เช็กสภาพนักกีฬา เพราะว่ามีบางคน บางกล้ามเนื้อมันยังตึง แล้วก็มีการอักเสบบาดเจ็บ เราก็โรเตต ไม่อยากให้บาดเจ็บมาก เพราะว่ายังมีเกมสำคัญรออยู่”

สำหรับสถานการณ์ของทีมไทยหลังจบเกม โค้ชอ๊อดประเมินว่า ทีมยังน่าจะอยู่ในกลุ่มทีมระดับต้น ๆ ของการแข่งขัน แต่ต้องรอดูผลการแข่งขันคู่อื่นประกอบเพื่อยืนยันสถานการณ์และคู่แข่งในรอบต่อไป

“สุดท้ายเนี่ย เราก็น่าจะอยู่ในระดับนี้แหละครับ อยู่ระดับกลุ่มแรก ๆ คาดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น แล้วก็ดูผลอีกทีหนึ่ง”

สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้จึงไม่ใช่เพียงผลการแข่งขัน แต่เป็นการรักษาสภาพจิตใจและขวัญกำลังใจของนักกีฬา โค้ชอ๊อดระบุว่า ทุกคนยังมีสมาธิและเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมนำข้อผิดพลาดจากเกมนี้ไปพูดคุยและปรับปรุงสำหรับการแข่งขันรอบต่อไป

“ตอนนี้ที่สำคัญคือต้องสมาธิ ใจนักกีฬา ยังมีขวัญและกำลังใจอยู่ ทุกคนนะครับ ทุกคนก็เข้าใจนะ มันเป็นเรื่องของเกม ที่เราก็คุยกัน แล้วก็ทุกคนก็อยากจะทำให้ดีที่สุดในรอบต่อไป”

เมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ทีมไทยจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคู่แข่งที่ยังไม่ทราบแน่ชัด โดยเฉพาะการเตรียมร่างกายถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากช่วงเวลาพักฟื้น หรือ Recovery Time ค่อนข้างน้อย

โค้ชอ๊อดเผยว่า ทีมมีผู้เล่นบางรายที่มีอาการบาดเจ็บจนไม่สามารถลงสนามได้ และทีมงานจำเป็นต้องประเมินสภาพร่างกายของนักกีฬาแต่ละคนอย่างละเอียด เพื่อดูว่าใครพร้อมสำหรับการแข่งขันรอบต่อไป

“ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดก็คือต้องเตรียมเรื่องของร่างกายให้ดี เพราะว่าเนื่องจากเวลา Recovery เราน้อย เรามีผู้เล่นบางคนที่สำคัญ เราไม่ได้เล่น เพราะว่ายังเจ็บอยู่”

สำหรับรอบต่อไปซึ่งเป็นรอบน็อกเอาต์และถือเป็นช่วงสำคัญของการแข่งขัน ทีมงานจะตรวจสอบอาการบาดเจ็บและสภาพร่างกายของผู้เล่นเป็นรายบุคคล ก่อนตัดสินใจเรื่องการใช้งาน เพื่อให้ทีมมีความพร้อมมากที่สุด

โค้ชอ๊อดยังยืนยันว่า แม้เกมล่าสุดจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นหลายจุด แต่บรรยากาศภายในทีมยังดี นักกีฬายังคงมีขวัญและกำลังใจ และพร้อมเดินหน้าสู่การแข่งขันรอบสำคัญ

“ทุกคนก็ยังมีขวัญและกำลังใจดี ก็ขอบคุณแฟน ๆ ที่ส่งกำลังใจให้เรานะครับ นักกีฬาจะสู้กับเกมนะครับ”

ชัยชนะเหนือคาซัคสถาน 3-1 เซต จึงเป็นทั้งการเก็บผลการแข่งขันที่สำคัญ และเป็นบทเรียนให้ทีมไทยต้องเร่งแก้ไขเรื่องความผิดพลาด รวมถึงบริหารสภาพร่างกายของผู้เล่นให้เหมาะสม ก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ที่ทุกคะแนนและทุกจังหวะมีความหมายต่อเส้นทางลุ้นแชมป์เอเชีย