ตำรวจเร่งสืบสวนทุกมิติคลี่คลายชนวนเหตุกราดยิงในโรงเรียน พบผู้ก่อเหตุมีความเครียดจากการเรียนและครอบครัว มีประวัติเล่นเกมแนวใช้อาวุธปืน เคยสัมผัสอาวุธจริงและติดตามข่าวเหตุกราดยิงต่างประเทศ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย บาดเจ็บกว่า 30 คน เร่งตรวจสอบที่มาปืนและแรงจูงใจที่แท้จริง

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนว่า จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาโรงเรียนตามปกติ เข้าเรียนตามตาราง ก่อนลุกออกจากห้องเรียนและใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุด ได้แก่ บ้านพักของผู้ก่อเหตุ และโรงเรียน โดยที่บ้านพบผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ ปู่และย่า ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากการกระทำของผู้ก่อเหตุ ส่วนภายในโรงเรียนได้ปิดกั้นพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมประสานโรงพยาบาลรวบรวมข้อมูลผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากการยืนยันข้อมูลล่าสุด มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย ประกอบด้วย บุคลากรทางการศึกษาและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน 5 ราย และผู้ก่อเหตุ 1 ราย ยังไม่มีรายงานนักเรียนเสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 30 ราย โดยส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการวิ่งหลบหนี ขณะที่อีก 9 ราย ยังต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด และมีนักเรียนบางส่วนได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืน รวมทั้งมีบุคคลในครอบครัวคือปู่และย่าที่เสียชีวิตในบ้านพักก่อน กลุ่มผู้เสียชีวิตที่โรงเรียน

ด้านการสืบสวนหาสาเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานและบุคคลใกล้ชิด รวมถึงตรวจสอบพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด โดยจากการตรวจค้นคอมพิวเตอร์ภายในบ้าน พบว่าผู้ก่อเหตุเล่นเกมที่มีลักษณะใช้อาวุธปืน และมีประวัติการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงหลายกรณี ซึ่งตำรวจจะตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับแรงจูงใจในการก่อเหตุหรือไม่
สำหรับประเด็นปัญหาส่วนตัว เบื้องต้นจากการสอบถามเพื่อนสนิท พบว่าผู้ก่อเหตุเคยบ่นถึงความเครียดจากการเรียน การทำการบ้าน และความเข้มงวดของทั้งผู้ปกครองและโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าถูกเพื่อนกลั่นแกล้งหรือมีปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนร่วมชั้น โดยทุกประเด็นจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหามูลเหตุที่แท้จริง
ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับการฝึกใช้อาวุธปืนนั้น พลตำรวจโทไตรรงค์ กล่าวว่า ยังไม่พบข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุเคยผ่านการฝึกยิงปืน แต่ตำรวจจะตรวจสอบเพิ่มเติม โดยยอมรับว่าปัจจุบันการศึกษาวิธีใช้อาวุธผ่านสื่อออนไลน์สามารถทำได้ง่าย ประกอบกับพบพฤติกรรมการเล่นเกมแนวต่อสู้ใช้อาวุธปืน จึงต้องตรวจสอบว่ามีการเรียนรู้หรือฝึกฝนจากแหล่งอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ พบว่าผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนที่นำมาในกระเป๋าเข้าโรงเรียน ยิงกระสุนจนหมดแม็กกาซีนแรก ก่อนเปลี่ยนแม็กกาซีนที่สอง โดยยังพบกระสุนคงเหลืออีกกว่า 30 นัด ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มา รวมถึงตรวจสอบว่าผู้ก่อเหตุมีประวัติรักษาอาการป่วยทางจิตหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานยืนยัน
ภายหลังเกิดเหตุ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นและจับกุมผู้ที่พกพาอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะปืนที่แม้ได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครอง แต่ไม่มีสิทธิพกพา พร้อมสั่งการให้จุดตรวจของตำรวจทั่วประเทศบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าผู้ก่อเหตุใดดังกล่าว มีพฤติการณ์ที่ลอกเลียนแบบมาจากการเล่นเกมหรือไม่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยว่าเบื้องต้นมีประวัติการเล่นเกมออนไลน์ 2 เกม คือ World of Tanks (WoT) และ Roblox คาดว่าเด็กชายผู้ก่อเหตุฝึกฝน เรื่องการใช้ปืนมาจากเกมดังกล่าว อีกทั้ง เด็กชายรายนี้ เคยได้ สัมผัสปืนที่เคยก่อเหตุมาแล้ว 1 ครั้งพบภาพหลักฐานเป็นการถ่ายคู่โพสต์ลงใน Instagram ส่วนตัว
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดมูลเหตุของการก่อเหตุที่มาจากการเล่นเกมหรือการถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนในโรงเรียน อย่างไรก็ตามมีข้อมูลเพิ่มเติมจากชุดสืบสวนว่าเด็กชายผู้ก่อเหตุ ได้มีการเข้าชมคลิปข่าว การกัดยิงในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569

