หน้าแรกกองทัพ-ความมั่นคงจัดทัพ ทบ.เดือด“ตท.26” ชน “ตท.28” ชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. จับตา “แม่ทัพเต้-แม่ทัพไก่” วัดบารมี “คอแดง” เขย่าเกมอำนาจ

จัดทัพ ทบ.เดือด“ตท.26” ชน “ตท.28” ชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. จับตา “แม่ทัพเต้-แม่ทัพไก่” วัดบารมี “คอแดง” เขย่าเกมอำนาจ

โผนายพลกองทัพบกร้อนระอุ! กระแสข่าวข้ามรุ่นดัน “ตท.28” ขึ้นชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ทำแรงกระเพื่อมสะเทือนทั้งกองทัพ ทั้งที่ “เต้” ตท.26 ยังเป็นตัวเต็ง ขณะ “แม่ทัพไก่” กลับมาอยู่ในวงลุ้นอีกครั้ง จับตาเกมวางหมาก “คอแดง” และศึกทัพใต้ “รองคิ้ว-รองด้วง” ที่อาจพลิกโฉมโผทหารครั้งประวัติศาสตร์

เมื่ิอวันที่ 22 ก.ค. 2569 ผู้สื่ิอข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า จัดทัพนายพลประจำปีของกองทัพบกเริ่มร้อนแรงขึ้นทุกขณะ หลังมีกระแสข่าวสะพัดภายในกองทัพว่า ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) คนใหม่ ที่จะรับไม้ต่อจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2570 อาจไม่เป็นไปตามสูตรเดิมของ เตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) แต่มีความเป็นไปได้ที่จะ “ข้ามรุ่น” ไปถึง ตท.28 ทำให้บรรยากาศในกองทัพบกกลับมาคุกรุ่นทันที

เดิมทีเป็นที่รับรู้กันในหมู่ผู้บังคับบัญชาว่า พล.อ.พนา วางตัว พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนต่อไป โดยมีอายุราชการถึงปี 2571 สามารถดำรงตำแหน่งได้ 1 ปี แต่เมื่อเกิดกระแสข่าวการผลักดันนายทหาร ตท.28 ขึ้นมาแข่งขัน ทำให้สมการอำนาจภายในกองทัพเริ่มเปลี่ยนทันที

หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามากที่สุดคือ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ หรือ “แม่ทัพไก่” แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะนั่งเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 ควบตำแหน่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 หรือ “ทหารคอแดง” ยาวจนเกษียณในปี 2571

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณว่า พล.ท.วรยส อาจขยับขึ้นสู่ตำแหน่ง “5 เสือกองทัพบก” ในการโยกย้ายปีนี้ เพื่อเปิดทางเข้าสู่การแข่งขันชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ในปี 2570

แหล่งข่าวระดับสูงในกองทัพระบุว่า หากให้แม่ทัพภาคที่ 1 นั่งในตำแหน่งเดิมต่อเนื่องถึง 3 ปี จะทำให้ระบบการเติบโตของกำลังพลเกิดภาวะ “คอขวด” และปิดโอกาสนายทหารรุ่นหลัง ซึ่งขัดกับธรรมเนียมปฏิบัติของกองทัพบกที่ใช้กันมายาวนาน

การจัดโผครั้งนี้จึงกลายเป็นศึกวัดบารมีระหว่าง 3 แคนดิเดตสำคัญ ได้แก่ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ (ตท.26), พล.อ.อมฤต บุญสุยา (ตท.27) และ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ (ตท.28) ซึ่งทั้งหมดเกษียณอายุราชการในปี 2571 เท่ากัน ทำให้ผู้ที่ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. จะดำรงตำแหน่งเพียง 1 ปี

ขณะเดียวกัน ยังมีความเคลื่อนไหวในระดับ “5 เสือ ทบ.” ที่อาจต้องปรับครั้งใหญ่ โดยมีรายงานว่า พล.อ.พนา อาจดัน “แม่ทัพเต้ ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก เพื่อครองลำดับอาวุโส เตรียมรับตำแหน่ง ผบ.ทบ.ในปีหน้า

ส่วน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก มีชื่อถูกโยกออกไปดำรงตำแหน่งสำคัญนอกกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หรือปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดพื้นที่รองรับการขยับตัวของนายทหารระดับแม่ทัพภาค

อีกด้านหนึ่งยังต้องจับตา พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองเสนาธิการทหารบก แกนนำ ตท.28 ว่าจะถูกวางตัวในตำแหน่งใด เพราะถือเป็นอีกหนึ่งแคนดิเดต ผบ.ทบ.ในอนาคต

นอกจากศึกชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.แล้ว การโยกย้ายใน กองทัพภาคที่ 4 ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะชื่อของ พล.ต.ชาคริต อุจจรัตน์ “รองคิ้ว” และ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ “รองด้วง” ที่ถูกจับตาว่าจะได้รับการผลักดันขึ้นรับตำแหน่งสำคัญ เพื่อสานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

มีรายงานว่า ผลงานของ พล.ต.ยอดอาวุธ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาในพื้นที่นราธิวาส ได้รับการประเมินในเชิงบวก จึงมีโอกาสได้รับการผลักดันให้เติบโตในกองทัพภาคที่ 4 ต่อเนื่อง ขณะที่ พล.ต.ชาคริต ก็ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกสำคัญของสาย ตท.28 ในอนาคต

แหล่งข่าวระบุว่า การจัดโผครั้งนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของ พล.อ.พนา ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างรุ่นเตรียมทหาร สายบังคับบัญชา และภารกิจด้านความมั่นคงที่ยังต้องรับมือทั้งสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และจังหวัดชายแดนภาคใต้

ศึกโผทหารปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี หากแต่เป็นการวางตัวผู้นำกองทัพบกในระยะยาว และเป็นบทพิสูจน์ว่า “ยุคทอง ตท.26” จะส่ง ผบ.ทบ.คนที่สองของรุ่นได้สำเร็จ หรือถึงเวลาที่ ตท.27 หรือ ตท.28 จะก้าวขึ้นมาพลิกสมดุลอำนาจในกองทัพไทย.

สำนักข่าวไทยแทบลอยด์สื่อที่ยึดถือจรรยาบรรณครบถ้วน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img