ศธ. – สพฐ. ผนึกพลังกรรมการสถานศึกษาภาคอีสาน ยกระดับคุณภาพการศึกษา เชื่อมโรงเรียน–ครอบครัว–ชุมชน

7

วันที่ 6 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ “พลังกรรมการสถานศึกษา ยกระดับโรงเรียนไทยทุกภูมิภาค” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ เทอร์มินอลฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. นางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางสาวสุณิสา คำสองสี รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม นายศุภสิน ภูศรีโสม ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ นางสาวณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผอ.สำนักอำนวยการ สพฐ. ตลอดจนผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารการศึกษา ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน บุคลากรทางการศึกษา และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพผู้เรียนและการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยมีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การระดมความคิดเห็น และการถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานของคณะกรรมการสถานศึกษาในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นแนวทางการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศไทยในภาพรวม

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า หลังจากประกาศนโยบายการศึกษาทั้ง 5 ด้านแล้ว การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากพื้นที่ เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น และต่อยอดสู่การวางแผนยุทธศาสตร์การศึกษาของประเทศในอนาคต โดยให้โจทย์ 3 ข้อ ข้อแรกคือการจัดทำ Action Plan แผนปฏิบัติการของโรงเรียน ที่ครอบคลุมนโยบาย 5 ด้าน โดยกำหนดเป้าหมายและแนวทางดำเนินงานที่ชัดเจน สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ข้อสอง จัดทำพันธสัญญากับชุมชน “1 โรงเรียน 1 ชุมชน 1 พันธสัญญา” ให้โรงเรียนและชุมชนร่วมกันกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจน ทั้งด้านความปลอดภัย การสร้างจุดแข็งทางการศึกษา และการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนในชุมชนมีความฝันและสามารถศึกษาต่อได้ตามศักยภาพ และข้อสาม คือการจัดทำแผนความปลอดภัยในสถานศึกษา ทั้งการป้องกัน เฝ้าระวัง และรับมือกับเหตุฉุกเฉิน รวมถึงสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา

“ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการศึกษาจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดความร่วมมือจากชุมชน จึงต้องสร้างเครือข่ายการทำงานในระดับตำบล ให้โรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ร่วมมือและแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน พร้อมกำชับให้ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ ต้องกระจายอำนาจให้โรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามารถตัดสินใจในเรื่องที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอนโยบายจากส่วนกลางทุกเรื่อง เพื่อให้ผู้บริหารสามารถทำหน้าที่เสมือน CEO และขับเคลื่อนการศึกษาได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และตอบโจทย์ผู้เรียนและชุมชนอย่างแท้จริง” รมว.ศธ. กล่าว

ด้านนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สพฐ. จัดงานในครั้งนี้ เพื่อเปลี่ยนบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จาก “ผู้รับทราบ” ไปสู่ “ผู้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมติดตาม และร่วมรับผิดชอบ” ในการขับเคลื่อนนโยบายและสร้างโรงเรียนคุณภาพร่วมกับสถานศึกษาอย่างแท้จริง โดยมีกำหนดจัดประชุมใน ๔ ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 6 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา ภาคเหนือ วันที่ 20 กันยายน 2569 ณ โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้ วันที่ 26 กันยายน 2569 ณ โรงแรมหรรษา เจบี จังหวัดสงขลา และภาคกลาง วันที่ 27 กันยายน 2569 ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี

การประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมจุดที่ 1 ใช้รูปแบบ “OBEC Partnership Power Forum” และกระบวนการเรียนรู้แบบ “Station-based” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมคิด ร่วมแลกเปลี่ยน และร่วมออกแบบแนวทางการนำ 5 นโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online พร้อมเปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นทั้งในระดับกลุ่มและระดับบุคคล เพื่อรวบรวมเสียงจากฐานรากส่งต่อเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายและการจัดสรรทรัพยากรในระยะต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดของโครงการ คือ การทำให้ทุกโรงเรียนสามารถนำแนวนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการจัดทำ School Action Plan ตาม 5 นโยบาย และจัดทำพันธสัญญาโรงเรียนกับชุมชน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละโรงเรียน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการนำเสนอผลงานการขับเคลื่อน 5 นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จากโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา พร้อมการแสดงความสามารถของนักเรียน อาทิ วงดนตรีไทย วงโปงลาง วงดนตรีสากล และการแสดงโขน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่เป็นอย่างดี สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน