วันที่ 13 ก.ค. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และผอ.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์ประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 5-11 กรกฎาคม 2569 พบมีการแจ้งความผ่านระบบ ThaiPoliceOnline จำนวน 5,655 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 226,075,762 บาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 67 คดี และมูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 18.3 ล้านบาท

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการ ยังคงเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่พบมากที่สุด จำนวน 4,427 คดี คิดเป็นร้อยละ 78.3 ของคดีทั้งหมด และสร้างความเสียหายสูงสุดกว่า 72 ล้านบาท หรือร้อยละ 31.9 ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด

ดังนั้นขอเตือนประชาชนให้ระวัง 3 กลโกงที่กำลังระบาด ได้แก่ การโพสต์ขายสินค้าราคาถูกแล้วให้โอนเงินก่อนก่อนบล็อกหนี, การหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตด้วย E-Ticket ปลอม และการหลอกซื้อสินค้าควบคู่การทำภารกิจผ่านกลุ่มไลน์ โดยล่อลวงให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่ออ้างว่าจะได้รับค่าคอมมิชชันคืน ก่อนโอนเงินทุกครั้งควรตรวจสอบประวัติผู้ขายและรีวิว หลีกเลี่ยงสินค้าราคาถูกผิดปกติ เลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ และหากซื้อตั๋วคอนเสิร์ตควรซื้อจากผู้จัดงานโดยตรงหรือผู้ขายที่สามารถตรวจสอบตัวตนได้
สำหรับจังหวัดที่มีการแจ้งความและมูลค่าความเสียหายสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 71 คดี เสียหายกว่า 15.09 ล้านบาท รองลงมาคือ สมุทรปราการ 15 คดี เสียหาย 2.71 ล้านบาท และพิษณุโลก 13 คดี ความเสียหาย 116,251 บาท

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ประสานการทำงานร่วมกับภาคธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์ได้ 4 คดี ผู้ต้องหา 8 ราย เป็นคนไทย 6 ราย และชาวรัสเซีย 2 ราย พร้อมตรวจยึดเงินสดรวมกว่า 5.44 ล้านบาท
คดีสำคัญเป็นการขยายผลจับกุมเครือข่าย “บัญชีม้า-กดเงินสด” ในจังหวัดภูเก็ต โดยสามารถจับกุมชายชาวรัสเซีย 2 ราย พร้อมตรวจยึดเงินสดรวมกว่า 5.4 ล้านบาท และเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอีก 6,271 ดอลลาร์ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ Warroom ของศูนย์ ACSC ยังประสานตำรวจในพื้นที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายได้ทันเวลา 2 คดี สามารถระงับการโอนเงินของผู้เสียหายได้ 15 ราย รวมมูลค่ากว่า 104,555 บาท โดยหนึ่งในคดีสำคัญเป็นหญิงอายุ 54 ปี ที่ถูกหลอกให้โอนเงิน 300,000 บาท ผ่านการแอบอ้างของบุคคลใกล้ชิด ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและดำเนินการตามขั้นตอนได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย

