เมื่อวันที่ 13 ก.ค. เมื่อเวลา 09.30 น. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยคณะทำงานเครือข่ายทวงคืนเงินคนตาย ได้พากลุ่มผู้เสียหายฌาปนกิจสงเคราะห์ ในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย,นครราชสีมาและ มหาสารคาม กว่า 30 คน เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อร้องทุกข์และกล่าวโทษกรรมการกองทุนฌาปนกิจ หลังไม่จ่ายเงิน-จ่ายเงินไม่ครบตามสัญญา
ยายเล็ก ผู้เสียหายจาก จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ได้ส่งเงินค่าทำศพมาโดยตลอด แต่เมื่อมีผู้เสียชีวิตกลับไม่ได้รับเงินตามจริง เมื่อชาวบ้านรวมตัวกันไปทวงถามความยุติธรรม กลับถูกทางสมาคมฯ ใช้ช่องว่างทางกฎหมายฟ้องร้องคดีอาญาเพื่อปิดปากตนและชาวบ้านรวม 7 คน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการรังแกผู้สูงอายุและข่มขู่ไม่ให้เหยื่อรายอื่นกล้าลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์
ผู้เสียหายจาก จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ฌาปนกิจดังกล่าวได้ประกอบธุรกิจสมุนไพรบังหน้า โดยจดทะเบียนเป็นบริษัทขายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป แต่กลับมีพฤติการณ์ชักชวนให้ผู้สูงอายุจ่ายเงินค่าสมัครแรกเข้าจำนวน 4,000 บาท และจ่ายรายเดือน เดือนละ 200 บาท โดยอ้างว่าเป็นสวัสดิการเมื่อเสียชีวิตจะได้เงิน 200,000 บาท โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ อีกทั้งยังมีการให้ค่าหัวคิวจากการหาเงินหาสมาชิกใหม่รายละ 800 บาท ซึ่งเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ นำเงินคนใหม่มาหมุนเวียนจ่ายคนเก่า และสุดท้ายเมื่อมีผู้เสียชีวิตจริงกลับบิดพริ้วไม่จ่ายเงินให้แก่ทายาท มีเพียงนำป้ายบริษัทมาถ่ายรูปในงานศพเพื่อยืนยันว่าได้จ่ายเงินแล้ว 2 แสนบาท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือหลอกเหยื่อรายอื่นต่อไป
ส่วนผู้เสียหายจาก จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ทางกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตลุ่มน้ำเสียว มีสมาชิกรวมกว่า 25,000 คน และมียอดค้างจ่ายสูงถึง 1,400 ล้านบาท โดยพบพิรุธว่ามีการตั้งเงื่อนไขยิบย่อยเพื่อคัดชื่อสมาชิกออกให้ “พ้นสภาพ” ไปแล้วกว่า 4,500 คน และเมื่อมีคนเสียชีวิตก็อ้างเงื่อนไขเพื่อไม่จ่ายเงินอีกกว่า 1,000 ราย ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ในการยึดเงินกองทุน จนทำให้ลูกหลานผู้เสียชีวิตต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานศพเอง
ทนายรณณรงค์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้ผมรับไม่ได้จริง ๆ ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากทั้ง 12 จังหวัดรวมมูลค่าความเสียหายนับหมื่นล้านได้รวมพลังนำหลักฐานทั้งหมดไปส่งมอบให้ตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินคดีกับคณะกรรมการสมาคมฯ และจะขอให้ดำเนินคดีกับข้าราชการที่เป็นนายทะเบียนท้องถิ่นแต่กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นั่งทับปัญหาปล่อยให้ชาวบ้านถูกรังแกมารับผิดชอบด้วย
“นี่คือการรวมพลังเพื่อส่งเสียงของคนตายและคนแก่ที่ถูกทอดทิ้ง ไปให้ถึงผู้รักษากฎหมายระดับชาติ เราจะนำหลักฐานการทุจริตทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการอาญา เพื่อลากตัวผู้กระทำผิดมารับโทษและทวงคืนทรัพย์สินให้จงได้” ทนายรณณรงค์ กล่าว

