หน้าแรกการเมือง"อภิสิทธิ์" เปิดเกมรุก ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม ‘ส่องรัฐ’ จับตาพิรุธงบเปลี่ยนผ่านพลังงาน เล็งยื่นซักฟอก ลั่น 21 สส. ทำหน้าที่เข้มข้น

“อภิสิทธิ์” เปิดเกมรุก ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม ‘ส่องรัฐ’ จับตาพิรุธงบเปลี่ยนผ่านพลังงาน เล็งยื่นซักฟอก ลั่น 21 สส. ทำหน้าที่เข้มข้น

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงทิศทางการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งพรรคฯ ได้นำแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ‘ส่องรัฐ’ มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามและตรวจสอบความโปร่งใสการใช้งบประมาณของรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า การเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ถือเป็นกระบวนการตามปกติของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยพรรคประชาธิปัตย์เตรียมที่จะหารือและประสานข้อมูลร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม รวมถึงโครงการใหม่ ๆ ของรัฐบาลที่นำเรื่องเทคโนโลยีและ ‘บัญชีนวัตกรรม’ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งตรวจพบข้อสังเกตในโครงการที่ใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงิน 400,000 ล้านบาท

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาสำคัญคือการนำบัญชีนวัตกรรมไปเป็นเงื่อนไขในการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งส่งผลให้รัฐต้องจัดซื้อในราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง ทั้งนี้ ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม ‘ส่องรัฐ’ ของพรรคฯ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีกลุ่มบริษัทรายเดิม ๆ หมุนเวียนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้การแข่งขันด้านราคาจำกัดจำเขี่ยอย่างมีนัยสำคัญ นำไปสู่การสูญเสียผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และอาจเป็นต้นทางของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

ส่วนกรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ยกเลิกการจัดทำแผนงานโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทดังกล่าวนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดในการประกาศยกเลิก อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เคยถูกตั้งคำถามจากสังคมมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากรัฐบาลอ้างความจำเป็นเร่งด่วนในการกู้เงิน แต่กลับไม่มีความชัดเจนในเชิงยุทธศาสตร์ว่าจะนำงบประมาณดังกล่าวไปขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไรให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

สำหรับความคืบหน้าในการกำหนดตัวรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของรัฐมนตรีบางรายไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้าย ซึ่งจะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมกลุ่มพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อพิจารณาร่วมกันต่อไป

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวถึงกรอบการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยประชุมสามัญที่ 2/2569 โดยย้ำว่าได้กำชับให้ทำงานอย่างเข้มแข็งไม่แพ้สมัยประชุมที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนทำงานหนักอยู่แล้ว เพราะพรรคฯ มี สส. เพียง 21 คน แต่ทำหน้าที่เต็มที่ และมุ่งเน้นการตรวจสอบให้โปร่งใสทุกนโยบาย และพรรคฯ ยังได้เสนอทุกทางออก หากรัฐบาลดำเนินการตามแนวทางก็จะช่วยได้ เช่น การลดต้นทุนพลังงานผ่านการลดภาษีสรรพสามิต ก็จะช่วยให้รัฐบาลไม่ต้องกู้เหมือนปัจจุบัน และแจกหมดในเวลา 4 เดือน รวมถึงข้อเสนอเกี่ยวกับแลนด์บริดจ์ ที่เงินจำนวนเดียวกัน แต่สามารถสร้างโอกาสให้ภาคใต้ได้ทั้งภาค

ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคฯ ได้มีการล็อกเป้ารัฐมนตรีสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า สำหรับรัฐมนตรีบางคน อาจมีการหาข้อมูลแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ก็จะต้องมีการหารือร่วมกันในฝ่ายค้านด้วย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img