เคาะแล้ว 22 ก.ค.บ่ายโมง ลุ้นใคร..!!! นั่งเก้าอี้ พิทักษ์ 1 ”จากแคนดิเดต 4 นาย

4

เกมวัดใจ“สร.1+ก.ตร.”จะเลือกใครเป็น ผบ.ตร.คนที่ 16 สำคัญสุดต้องยึดหลักเกณฑ์ +ระบบคุณธรรม เพื่อกอบกู้ภาพลักษ์องค์กรสีกากี

ภายหลังในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ได้ มีประกาศเป็นบันทึกข้อความ ลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วย ผบ.ตร. )รองจเรตำรวจแห่งชาติ(รอง จตช.)ถึงรองผู้บังคับการ(รองผบก.)
         
โดยระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.มี จำนวน 8 นาย ผบช.และ จตร.มี 28 นาย รอง ผบช.แล้ว รอง จตร. มี 94 นาย รองผบช.ประเภทตำแหน่งเฉพาะทาง มี 8 นาย ผบก.มี 80 นาย  ผบก.ตำแหน่งเฉพาะทาง มี 24 นาย รองผบก.มี 618 นาย และ รอง ผบก.เฉพาะทาง 127 นาย แต่ปีนี้จะพิเศษกว่าปีที่ผ่านมาเพราะต้องพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร.แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ  พันธุ์เพ็ชร เกษียณอายุวันที่ 30 กันยายนี้

กฎหมายตาม พ.ร.บ.ตำรวจปี 2565 กฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)ว่าด้วยการแต่งตั้ง บัญญัติไว้ว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร.ให้ ก.ตร.พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม ทำให้การแต่งตั้ง ผบ.ตร.เป็นที่จับตาทั้งการเมืองและประชาชนทั่วไป แต่ชาวสีกากีจะเฝ้าติดตามเป็นพิเศษ เพราะมีผลกระทบโดยตรงทั้งการเลื่อนตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่ เพราะถ้าได้แม่ทัพดีเติบโตมาด้วยระบบคุณธรรม ทำให้เกิดความหวังว่าการแต่งตั้งทุกระดับที่ตามมาจะเน้นระบบคุณธรรมเป็นหลัก

เนื่องจากในอดีตแม่ทัพสีกากีหรือระดับรองแม่ทัพสีกากี เติบโตด้วยระบบยกเว้น ถึงขั้นถูกตั้งฉายาว่าเจ้าพ่อแห่งการยกเว้น และผลจากเติบโตแบบก้าวกระโดดหรือบ่มแก๊ส เมื่อนั่งกุมเหียนสร้างความเสื่อมเสียให้สำนักสีกากีถึงขั้นประชาชนไร้ความเชื่อถือ เมื่อเทียบเคียงกับแม่ทัพสีกากีที่มาตามระบบเติบโตในหน้าที่การงานอย่างมีประสบการณ์ สามารถบริหารองค์กรให้ประชาชนค่อยๆกลับมาเชื่อถือได้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ คือ ผบ.ตร.ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงหลักการนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเป็นประธานการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ในวันที่ 22 ก.ค.2569 เวลา 13.00 น.

สำหรับหลักเกณฑ์การแต่งตั้งได้บัญญัติไว้ในกฎหมายตำรวจ 2565และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งฯไว้ชัดเจนว่าให้ยึดระบบคุณธรรม และมาตรา 78(1) ระบุว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77(1)ให้นายกรัฐมนตรีคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 77(1)โดยคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน โดยเฉพาะประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวนหรือป้องกันปราบปราม เสนอให้ ก.ตร.พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ถ้ายึดตามกฎหมายตำรวจมาตรา 77(1) รองผบ.ตร.4 นาย ประกอบด้วย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร พล.ต.อ.สำราญ นวลมา และพล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์  มีสิทธิ์ลุ้นนั่งแม่ทัพสีกากี แต่ในบริบทงานตำรวจทุกหน้างานต้องปฏิบัติจริงถึงจะเข้าใจและเกิดความช่ำชอง เมื่อขยับนั่งหัวหน้าหน่วยจะไม่ถูกผู้ใต้บังคับบัญชาการวางงาน ประสบการณ์ในการครองตำแหน่งจึงเป็นปัจจัยสำคัญ


ดังนั้นเมื่อนำเส้นทางการเติบโตและครองตำแหน่งของทั้ง 4 นาย มีดังนี้ พล.ต.อ.นิรันดร ครองตำแหน่ง รองผบ.ตร. 2 ปี ผู้ช่วยผบ.ตร. 2 ปี ผบช.(ผู้บริหารหน่วย) 3 ปี รองผบช. 1 ปี ผบก.(ผู้บริหารหน่วย) 4 ปี รอง ผบก. 5 ปี และผกก.(ผู้บริหารหน่วย 4 ปี) รวมเวลาระดับ พ.ต.อ.-พล.ต.อ. 21 ปี พล.ต.อ.ธัชชัย รองผบ.ตร. 2 ปี ผู้ช่วย ผบ.ตร.2 ปี ผบช.(ผู้บริหารหน่วย) 1 ปี รอง ผบช.4 ปี ผบก.(ผู้บริหารหน่วย) 4 ปี รอง ผบก. 5ปี(ตำแหน่งอาจารย์) ผกก.(ผู้บริหารหน่วย) 5 ปี(ตำแหน่งอาจารย์) รวมระยะเวลา 23 ปี
       

พล.ต.อ.สำราญ รองผบ.ตร. 1 ปี ผู้ช่วย ผบ.ตร.3 ปี ผบช.(ผู้บริหารหน่วย) 1 ปี รองผบช. 1 ปี ผบก.(ผู้บริหารหน่วย) 2 ปี รอง ผบก. 3 ปี (มีการยกเว้นหลักเกณฑ์ลดระยะเวลาดำรงตำแหน่ง)และผกก.(ผู้บริหารหน่วย) 4 ปี รวมระยะเวลา 15 ปี และ พล.ต.อ.อิทธิพล รอง ผบ.ตร. 1 ปี ผู้ช่วย ผบ.ตร. 2 ปี ผบช.(ผู้บริหารหน่วย) 3ปี (วตร.(สบ 8)2ปี) รอง ผบช. 1 ปี ผบก.(ผู้บริหารหน่วย) 4 ปี รอง ผบก. 5 ปี และผกก.(ผู้บริหารหน่วย) 4 ปี รวมเวลา 20 ปี หากนับระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งบริหาร ผกก./ผบก./ผบช. พล.ต.อ.นิรันดร 9 ปี พล.ต.อ.ธัชชัย 5 ปี พล.ต.อ.สำราญ 7 ปี และพล.ต.อ.อิทธิพล 9 ปี

ครั้นโฟกัสถึงรองผบ.ตร.ที่มีโอกาสเข้าวินและชาวสีกากีต่างจับตามอง พล.ต.อ.นิรันดร อาวุโสอันดับ 1 เกษียณอายุ 2571 กำกับดูแลงานกฎหมายและคดี และพล.ต.อ.สำราญ อาวุโสอันดับ 3 เกษียณอายุ  ปี 2576 คุมงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ


           แต่การขยับนั่งตำแหน่ง ผบ.ตร.มีหลายองค์ประกอบที่ช่วยหนุน โดยเฉพาะ“ระบบคุณธรรม”ที่ยึดกฎกติกาแบบเคร่งครัดเป็นธงนำ ผสมผสานกับความมีจิตสำนึกที่ดีของ ก.ตร.ว่ายืนหยัดกับระบบคุณธรรมและมองประสบการณ์จากการครองตำแหน่งของแคนดิเดตแต่ละนายแค่ไหน เพราะเป็นผู้ลงมติโหวตว่า รอง ผบ.ตร.ที่นายกรัฐมนตรีเสนอชื่อนั้นควรนั่งตำแหน่ง ผบ.ตร.หรือไม่ ?
       ซึ่งเชื่อว่าก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ตร.จะหยิบชื่อ รอง ผบ.ตร.ให้ ก.ตร.โหวต คงจะดูประวัติอย่างรอบด้านแล้วทุกคนโดยเฉพาะประสบการณ์และระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง รวมถึงก.ตร.คงได้ศึกษามาแล้วเป็นอย่างดี  และที่สำคัญ ก.ตร.ที่เป็นตำรวจทั้งโดยตำแหน่ง และเลือกตั้ง ย่อมตื่นรู้ว่าในอดีตนั้น ผบ.ตร.ที่โตมากับข้อยกเว้นและอ้างตั๋วจากผู้ใหญ่ได้สร้างความเสียหายให้กับองค์กรถึงขั้นเกิดวิกฤตศรัทธามาแล้ว รวมถึง ผบ.ตร.บางคนที่นั่งตำแหน่งยาวนานมิได้สร้างผลดีอะไรกับองค์กรแถมฉุดรั้งอีกต่างหาก 


    ดังนั้นถ้านายกรัฐมนตรีและ ก.ตร.ไม่อยากองค์กรตำรวจกลับไปซ้ำรอยวิกฤตศรัทธาอีกคำรบหนึ่ง ประชาชนและชาวสีกากีคงได้เห็น ก.ตร.นำกฏหมาย พรบ. ตำรวจ ยึดหลักระบบคุณธรรมมาใช้ใน การเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ตร.คนที่ 16 หรือเจ้าของนามเรียกขาน “พิทักษ์ 1”