ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ผ่านกว่า 2 วัน ใต้ซากยังร้อนระอุ เร่งใช้เครนรื้อถอน

14

แม้เหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์จะผ่านมากว่า 2 วัน แต่ใต้ซากอาคารที่ทรุดตัวลงมายังมีความร้อนสะสมและพบควันลอยขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงฉีดน้ำระบายความร้อนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบภายในอาคารและประเมินความเสียหายได้ ขณะที่ตำรวจเผยมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 170 ราย

เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า บริเวณซากอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะส่วนอาคารจอดรถที่ทรุดตัวลงมา ยังคงมีความร้อนสะสมอยู่ใต้ซากและมีควันลอยขึ้นมาเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงต้องฉีดน้ำเพื่อระบายความร้อนและป้องกันไม่ให้เกิดการปะทุของเพลิงขึ้นอีกครั้ง

สำหรับแผนการดำเนินการวันนี้ ศูนย์บริหารเหตุการณ์ได้ประสานรถเครนขนาดใหญ่เข้ามาสนับสนุนการรื้อถอนซากอาคาร โดยคาดว่าจะเข้าพื้นที่ได้ในช่วงบ่าย เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่และดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ศูนย์อำนวยการภายในวัดพระพิเรนทร์ ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 1 และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ยังคงเปิดจุดรับแจ้งความ ลงบันทึกประจำวัน รวมถึงรับเรื่องขอความช่วยเหลือและเยียวยาจากเหตุเพลิงไหม้

ผู้ประกอบการรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ร้านค้าอยู่ใกล้อาคารคลองถมเซ็นเตอร์และได้รับความเสียหาย เบื้องต้นประเมินไว้ประมาณ 20,000-30,000 บาท แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในพื้นที่ได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดหาพื้นที่ขายของบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาประกอบอาชีพและมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

ด้าน พ.ต.อ.อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม ผู้กำกับการ สน.พลับพลาไชย 1 เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 170 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ

ส่วนกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากใต้ซากอาคารยังมีทั้งควันและความร้อน โดยต้องรอสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายประกาศให้พื้นที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยเสียก่อน จึงจะสามารถเข้าตรวจสอบ เก็บพยานหลักฐาน และหาสาเหตุของเพลิงไหม้ได้

สำหรับกระแสข่าวว่าทรัพย์สินของผู้เสียหายอาจถูกลักทรัพย์ ตำรวจได้จัดกำลังสายตรวจเฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปในจุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความในประเด็นดังกล่าว

ด้านการจราจร เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปิดการจราจรถนนวรจักร ตั้งแต่แยกวรจักรถึงแยกเอสเอบี เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่และเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่

เบื้องต้นการปิดถนนยังไม่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางหลัก เนื่องจากถนนวรจักรช่วงดังกล่าวเป็นเส้นทางรอง โดยเจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณจุดเกิดเหตุ และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาการจราจรติดขัด