(ตอนที่1)สมรภูมิทุเรียนเดือด! เตือนไทยอย่าติดกับดักโดมิโน เสี่ยงผลผลิตล้น-ราคาทรุดซ้ำรอยมาเลเซีย

3



ตลาดทุเรียนโลกแข่งขันรุนแรง หลังเวียดนามแซงไทยขึ้นนำตลาดจีนด้านปริมาณ ขณะที่มาเลเซียเผชิญวิกฤตราคาดิ่งจากผลผลิตล้นตลาด นักวิชาการเตือนไทยเร่งรับมือ หลังพื้นที่ปลูกขยายตัวต่อเนื่อง หวั่นอีกไม่กี่ปีผลผลิตทะลัก ราคาดิ่ง และซ้ำรอยวิกฤต “โดมิโนทุเรียน” หากยังพึ่งพาตลาดจีนเป็นหลักโดยไร้แผนรองรับ


ปัจจุบันไทยมีการปลูกทุเรียนเพิ่มในทุกภาคข้อมูลจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุสถิติเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนทั่วประเทศมีเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนรวม 159,591 ครัวเรือน เนื้อที่เพาะปลูก: รวมทั้งสิ้นกว่า 1,043,255 ไร่ อย่างไรก็ตามนี่คือตัวเลขที่ระบุเฉพาะเกษตรกรที่ลงทะเบียนเกษตรกร ยังมีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และอีกจำนวนหนึ่งที่ปรับเปลี่ยนจากพืชชนิดอื่น เพิ่งหันมาปลูกโดยมีเหตุผลจูงใจจากเรื่องของราคา และความต้องการตลาด โดยเฉพาะตลาดจีน ขณะที่เกษตรกรอีกจำนวนหนึ่งก็ปลูกจำนวนน้อย หรือแซมกับพืชอื่น


ข้อมูลจาก สศก.ร่วมกับกรมศุลกากร ไทยส่งออกทุเรียนและผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ ม.ค.-เม.ย.2569 รวม 256,0639,636 กก. มูลค่า 92,788,700,514 บาท (ไทยอิงตลาดจีนกว่า 90%) ขณะที่ปี 2568 ไทยส่งออกทุเรียนผลสดเฉพาะที่ไปยังประเทศจีน มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 938,949.53 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 150,160.77 ล้านบาท (หรือสรุปยอดทั้งปีตามรายงานกรมวิชาการเกษตรที่ประมาณ 939,892.34 ตัน มูลค่า 150,278.59 ล้านบาท ราคาส่งออกเฉลี่ย: ประมาณ กก.ละ 161.76 บาท (ปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2567 ที่เฉลี่ยต่อน้ำหนักอยู่ที่ 131.48 บาท)


สมรภูมิทุเรียนกำลังเข้มข้นขึ้น
ปี 2568 เวียดนามกลายเป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ของไทย หลังก้าวขึ้นมาครองส่วนแบ่งตลาดในจีน สูงถึง 49% ในแง่ปริมาณ (884,600 ตัน) และ 45% ในแง่มูลค่า เบียดชนะไทยในแง่ปริมาณเป็นครั้งแรก เนื่องจากได้เปรียบเรื่องการเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี และระยะทางขนส่งที่สั้นกว่า
ไทย (แชมป์เก่าด้านมูลค่า): แม้ในแง่ปริมาณจะถูกเวียดนามเบียดในบางช่วง แต่ทุเรียนไทย (โดยเฉพาะหมอนทอง) ยังคงครองแชมป์ มูลค่าและราคาต่อกิโลกรัมที่สูงกว่า จากความเชื่อมั่นด้านรสชาติและคุณภาพเนื้อ โดยปี 2568 ไทยส่งออกไปจีนประมาณ 939,892 ตัน เน้นตลาดพรีเมียมในมณฑลทางตอนใน เช่น กว่างตง หยุนหนาน และเจ้อเจียง


มาเลเซีย (ราชาทุเรียนแช่แข็งและทุเรียนสดล็อตใหม่): เน้นการส่งออกสายพันธุ์พรีเมียมราคาสูงลิ่วอย่างมูซังคิง และ Black Thorn (หนามดำ) ล่าสุดทางการจีนอนุมัติให้มาเลเซียส่งออกทุเรียนผลสดได้แล้ว ทำให้มาเลเซียเริ่มรุกคืบตัดสัดส่วนตลาดระดับบน แต่ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาทุเรียนออกสู่ตลาดพร้อมกันมากเกินไป ทำให้ประสบปัญหาด้านราคาอย่างหนัก ทุเรียนบางพื้นราคาดิ่งลงมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนที่ กก.ละ 4 บาท ส่วนมูซังคิงที่เคยเป็นนางเอกในมุมของพรีเมี่ยม ก็ราคาต่ำสุดเหลือแค่ กก.ละ 47 บาท สื่อท้องถิ่นรายงานว่า การเพิ่มพื้นที่ปลูกในหลายพื้นที่ เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ทุเรียนล้นตลาด ซึ่งในอนาคตไทยมีโอกาสเสี่ยงเป็นเช่นเดียวกับมาเลเซียสูงมาก
ความเสี่ยงทุเรียนไทย


เจอเวียดนามแซงหน้าในแง่ปริมาณเมื่อปีที่แล้ว ส่วนตลาดพรีเมี่ยมไทยก็ไม่ได้ผลิตมูซังคิงหรือหนามดำไปแข่งกับมาเลเซีย แต่เราผลิตหมอนทองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีด่านสำคัญด้านปริมาณคือเวียดนาม ขณะที่ลาวก็กำลังจะมีการส่งออกไปจีนในปีนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งจำเป็นต้องจับตาทุเรียนลาวอย่างใกล้ชิด เพราะเวียดนามเคยมีปัญหากับจีนในอดีต ขณะที่ปัจจุบันก็ยังมีในบางพื้นที่ แต่กับลาวจีนถือเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยังไม่ค่อยมีการพัฒนา อาจได้รับความเห็นใจและความสนใจจากจีน หากทำได้ในแง่คุณภาพและรสชาติ

ทีมข่าวเกษตรสำนักข่าวไทยแทบลอยด์…รายงาน