
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ประจำปี 2569 (Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026)) ว่า การได้มาร่วมงานในครั้งนี้ทำให้รู้สึกประทับใจและเกิดความมั่นใจอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยมีความพร้อมและความสามารถในการปกป้องตนเองจากการรุกรานภายนอกได้อย่างแน่นอน โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยมีการพัฒนาและยกระดับขึ้นมาก จนสามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ลดการพึ่งพาการนำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ
.
“เดินอยู่ในงานนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารัฐบาล ก็มีความมั่นใจว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่อยากให้เกิด แต่จำเป็นต้องเกิด เรามีความพร้อม สิ่งที่เคยขาดช่วงไปตอนนี้เราเติมเต็มได้หมด พร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ตามหลักการ แม้หวังตั้งสงบ ต้องเตรียมรบให้พร้อมสรรพ ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ว่าเราจะดูแลอธิปไตยและปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเต็มที่”
.
นายอนุทิน ระบุว่า แนวทางไทยช่วยไทย รัฐบาลจะกำหนดเป็นนโยบายให้กองทัพและหน่วยงานผู้ใช้ยุทโธปกรณ์ หันมาพิจารณาจัดหาและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศเป็นหลัก เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้มีงบประมาณไปพัฒนาและปรับเพิ่มศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากการสอบถามข้อมูลจากหลายบริษัท พบว่ามีผู้ประกอบการไทยจำนวนมากที่สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศได้แล้ว แต่กลับยังไม่มีโอกาสได้ขายในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลพร้อมเข้ามาดูแลเรื่องงบประมาณสนับสนุนเพื่อความมั่นคงร่วมกัน
.
ในด้านการพัฒนา นวัตกรรม และเทคโนโลยี นายอนุทิน ระบุว่า ปัจจุบันกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยงานต่าง ๆ มีงบประมาณรองรับการทำวิจัยและพัฒนาอยู่แล้ว หน้าที่ของรัฐบาลคือการสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและฝ่ายความมั่นคง เพื่อยกระดับยุทธภัณฑ์ไทยให้มีคุณภาพสูงขึ้น เป้าหมายสำคัญสเต็ปถัดไปคือการผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปสู่การดำเนินการในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเปลี่ยนจาก Defense มาเป็นการสร้างรายได้และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีสากลอีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากกลไกและความร่วมมือทั้งหมดนี้ ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจและเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยมีความพร้อมสูงสุดในการดูแลความสงบสุข และรักษาความปลอดภัยให้แก่คนไทยทุกคนในทุกกรณี

