ป.ป.ส. นำสื่อมวลชนลงพื้นที่เรือนจำเกาะสมุย ศึกษากระบวนการชุมชนบำบัดและการฝึกอาชีพผู้ต้องขังคดียาเสพติด พร้อมเยี่ยมชม “โครงการกำลังใจ” มุ่งฟื้นฟูพฤติกรรม สร้างทักษะอาชีพ ลดโอกาสหวนกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน

วันนี้ (8 ก.ค. 69) เวลา 09.30 น. นายโชติพันธ์ จุลเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 8 (ผอ.ปปส.ภ.8) นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานการดำเนินงานแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ณ เรือนจำเกาะสมุย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในกระบวนการบำบัดรักษาและการเตรียมความพร้อมก่อนคืนคนดีสู่สังคม โดยมี นายรัชกวินท์ หิรัญรัตน์วิภู ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอเกาะสมุย ให้เกียรติกล่าวต้อนรับคณะ พร้อมด้วย นายโกมล นุรักษ์ อนุศาสนาจารย์ชำนาญงาน ร่วมบรรยายสรุปภาพรวมการดำเนินงานของเรือนจำ
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะสื่อมวลชนได้เข้าศึกษากระบวนการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังอย่างครบวงจร ประกอบด้วย 1. ศึกษากระบวนการชุมชนบำบัด ณ ศาลาสังฆานุสรณ์: ดูการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิดของผู้ต้องขังผ่านมาตรการเชิงจิตวิทยาและการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
- ศึกษาดูงานการฝึกอาชีพ ณ แดนควบคุมผู้ต้องขังชาย : ติดตามการส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานด้านต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพในอนาคต
- เยี่ยมชมการฝึกอาชีพผู้ต้องขังหญิง ภายใต้ “โครงการกำลังใจ” : คณะได้เข้าตรวจเยี่ยมแดนควบคุมผู้ต้องขังหญิง ซึ่งมีการดำเนินกิจกรรมตาม โครงการกำลังใจในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาจิตใจควบคู่ไปกับการฝึกวิชาชีพที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานบนเกาะสมุย เช่น การทำผ้าบาติก การประกอบอาหาร และการวาดภาพศิลปะ เพื่อให้ผู้ต้องขังหญิงสามารถใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีรายได้ปันผล และสามารถนำทักษะไปพึ่งพาตนเองเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมีคุณค่าหลังพ้นโทษ
นอกจากนี้ คณะสื่อมวลชนยังได้มีโอกาสร่วมสัมภาษณ์พิเศษผู้ต้องขัง เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากการปรับตัวและการได้รับโอกาสในการบำบัดฟื้นฟู รวมถึงความคาดหวังในการกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมอย่างปกติสุขในอนาคต

ทั้งนี้ ปัจจุบันเรือนจำ อำเภอเกาะสมุยมีผู้ต้องขังรวมทั้งสิ้น 684 คน แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาย 561 คน และผู้ต้องขังหญิง 123 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติดชาย 288 คน และหญิง 64 คน โดยเรือนจำได้ดำเนินการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดควบคู่กับการฝึกทักษะวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ
ข้อมูลจากเรือนจำระบุว่า มีผู้ต้องขังที่ผ่านการบำบัดด้านยาเสพติดแล้วจำนวน 449 คน ขณะที่ในปีงบประมาณ 2569 ได้มีการปรับหลักสูตรการบำบัดจากเดิมระยะเวลา 4 เดือน เป็น 6 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2569 ซึ่งถือเป็นปีแรกของการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใหม่
สำหรับกระบวนการบำบัดผู้ต้องขัง จะเริ่มจากการคัดกรองผู้ที่ใช้และไม่ใช้ยาเสพติด ก่อนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพที่แบ่งออกเป็น 5 ระยะ โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตภายหลังพ้นโทษ
เรือนจำอำเภอเกาะสมุยรับผิดชอบการควบคุมดูแลผู้ต้องขังจากพื้นที่ 3 เกาะ ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ปัจจุบันมีทั้งผู้ต้องขังชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเรือนจำแห่งนี้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการควบคุมและการฟื้นฟูผู้ต้องขัง

นอกจากนี้ ผู้ต้องขังที่ใกล้ครบกำหนดพ้นโทษจะต้องเข้ารับการอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวเป็นระยะเวลา 3 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับไปใช้ชีวิตในสังคม รวมทั้งมีระบบติดตามผลภายหลังพ้นโทษ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในส่วนของการติดตามผู้พ้นโทษยังต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันอาจยังมีบุคลากรไม่เพียงพอต่อการติดตามได้อย่างทั่วถึง
ในแต่ละวัน ผู้ต้องขังจะเข้าร่วมกิจกรรมเสริมสร้างความรู้พื้นฐาน การฝึกอาชีพ และกิจกรรมสร้างงานสร้างรายได้ เพื่อพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ ทั้งนี้ เรือนจำระบุว่าการบำบัดภายในเรือนจำเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตราการกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำอยู่ในระดับต่ำ โดยการเข้ารับการบำบัดในเรือนจำจะเป็นไปตามคำสั่งของศาลและระยะเวลาที่ศาลกำหนด
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังคือการส่งเสริมการเล่นกีฬามวยไทย ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก โดยกรมราชทัณฑ์ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่มีศักยภาพได้ร่วมแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยและขึ้นชกในสนามมวย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติในพื้นที่เกาะสมุยเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้ต้องขังเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม

ด้านนายรัชกวินท์ หิรัญรัตน์วิภู ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอเกาะสมุย เปิดเผยว่า การบำบัดผู้ต้องขังคดียาเสพติดภายในเรือนจำ มุ่งเน้นการฟื้นฟูพฤติกรรมควบคู่กับการฝึกอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม โดยผู้เข้ารับการบำบัดส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี และเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า
สำหรับการบำบัดภายในเรือนจำ นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ยังส่งเสริมการฝึกอาชีพตามความถนัด โดยผู้ต้องขังหญิงจะได้รับการฝึกทำเบเกอรี่และงานฝีมือต่าง ๆ ขณะที่ผู้ต้องขังชายมีการส่งเสริมด้านกีฬา โดยเฉพาะกีฬามวยไทย ซึ่งเป็นจุดเด่นของเรือนจำ

ปัจจุบันมีผู้ต้องขังที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการฝึกมวยไทย โดยมีครูฝึกจากภายนอกเข้ามาฝึกสอนสัปดาห์ละ 3 วัน ขณะนี้มีผู้ต้องขัง 8 คน ที่มีความพร้อมสามารถขึ้นชกได้ และอีก 15 คน อยู่ระหว่างการฝึกซ้อม หากมีความสามารถและผ่านเกณฑ์ จะได้รับโอกาสขึ้นชกที่สนามมวยเพชรบัญชา ซึ่งผู้ชนะจะได้รับค่าตัวประมาณ 8,000-9,000 บาท โดยผู้ต้องขังจะได้รับส่วนแบ่งร้อยละ 70 ของค่าตัวดังกล่าว เพื่อนำไปเป็นเงินเก็บและใช้เป็นทุนในการเริ่มต้นชีวิตหลังพ้นโทษ

นอกจากนี้ นายรัชกวินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในเรือนจำไม่มีความกังวลเรื่องการกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เนื่องจากอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือหลังพ้นโทษ เพราะผู้ต้องขังอาจกลับไปเผชิญกับสภาพแวดล้อมเดิม หรือบุคคลใกล้ชิดที่อาจชักชวนให้กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัวและชุมชนในการช่วยติดตามและสนับสนุน เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติและไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ

