หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม“รองเม่น” สั่ง ตม.สนามบินทุบแก๊งพาสปอร์ตผี! เครือข่ายข้ามชาติ ใช้ไทยเป็นฐานส่งคนเถื่อนบุกยุโรป

“รองเม่น” สั่ง ตม.สนามบินทุบแก๊งพาสปอร์ตผี! เครือข่ายข้ามชาติ ใช้ไทยเป็นฐานส่งคนเถื่อนบุกยุโรป

แกะรอยผู้ใช้พาสปอร์ตปลอมรายเดียว ขยายผลรวบยกขบวนการ 3 ประเทศ ล่าต่อผู้ต้องหาหนีต่างแดน พบขบวนการเปลี่ยนอัตลักษณ์เด็กใช้พาสปอร์ตจริงตบตาเจ้าหน้าที่

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดปฏิบัติการเชิงรุกสกัดเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการส่งบุคคลลักลอบเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรและประเทศในยุโรป ผ่านการปลอมหนังสือเดินทาง การสวมอัตลักษณ์ และการใช้เอกสารของผู้อื่น โดยสามารถขยายผลจากผู้ต้องหาเพียง 1 ราย จนสาวถึงเครือข่ายข้ามชาติที่มีสมาชิกกระจายอยู่ในศรีลังกา แคนาดา และมาเลเซีย

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และโฆษก บก.ตม.2 ร่วมแถลงผลการจับกุมและขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่สั่งยกระดับการสกัดกั้นขบวนการปลอมหนังสือเดินทางและการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลงานของชุดสืบสวน บก.ตม.2 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ซึ่งกำชับให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกสนามบินเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน และสืบสวนขยายผลถึงผู้บงการ นายหน้า และผู้ร่วมขบวนการทุกระดับ

แกะรอยพาสปอร์ตปลอม ล้มทั้งเครือข่ายส่งคนเข้าอังกฤษคดีแรกเริ่มจากการจับกุมชายชาวศรีลังกา ซึ่งใช้หนังสือเดินทางแคนาดาปลอมเตรียมเดินทางไปประเทศอังกฤษ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมาแต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดเพียงการจับกุมผู้ใช้เอกสารปลอม ก่อนขยายผลจนพบว่า เจ้าของอัตลักษณ์ชาวแคนาดาตัวจริงมีส่วนร่วมในขบวนการ โดยยินยอมให้นำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ พร้อมเป็นผู้เช็กอินกับสายการบินเพื่อออก Boarding Pass ให้ผู้ต้องหานำไปใช้เดินทางแทนการประสานข้อมูลระหว่างชุดสืบสวนสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ทำให้สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มเติม ก่อนขยายผลเชื่อมโยงโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทั้งกลุ่มนายหน้า ผู้ควบคุมลูกค้า ผู้ดูแลการเดินทาง และกลุ่มที่ทำหน้าที่เป็น “ม้าอัตลักษณ์” ยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อออกหนังสือเดินทางปลอม

จากการสืบสวนพบว่า นายหน้าชาวศรีลังกาสองสามีภรรยาเป็นผู้วางแผนและจัดหาพาสปอร์ตปลอมจากต้นทาง ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อดำเนินการขั้นตอนสุดท้าย แต่หลังผู้ต้องหาถูกจับกุม ทั้งคู่พยายามหลบหนีเปลี่ยนพื้นที่หลายจังหวัด กระทั่งถูกสกัดจับได้ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ขณะเตรียมหลบหนีออกไปประเทศมาเลเซีย

ส่วนผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย ซึ่งทำหน้าที่ดูแลลูกค้าและควบคุม “ม้าอัตลักษณ์” หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับเรียบร้อยเปิดอีกขบวนการ ใช้เด็กเปลี่ยนอัตลักษณ์ ลอบเข้าเส้นทางยุโรปอีกคดีที่น่าตกใจ เจ้าหน้าที่ ตม.สนามบินดอนเมือง สามารถสกัดครอบครัวชาวศรีลังกา พร้อมหญิงชาวมาเลเซีย ซึ่งพยายามใช้หนังสือเดินทางมาเลเซียเดินทางต่อไปประเทศคาซัคสถาน

การตรวจสอบเชิงลึกพบว่า มารดาชาวศรีลังกาและบุตรชายคนโต ใช้หนังสือเดินทางของบุคคลอื่นโดยมิชอบ ขณะที่บุตรชายคนเล็กใช้หนังสือเดินทางมาเลเซียจริง

ข้อมูลการข่าวจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของอังกฤษ แคนาดา และศรีลังกา ระบุว่า ปัจจุบันมีกลุ่มองค์กรอาชญากรรมในประเทศมาเลเซีย รับเด็กชาวศรีลังกาไปดำเนินการออกสูติบัตรมาเลเซีย ก่อนนำไปขอหนังสือเดินทางจริง เพื่อสร้างอัตลักษณ์ใหม่และส่งตัวเดินทางเข้าสู่ประเทศในทวีปยุโรป

เจ้าหน้าที่จึงจับกุมหญิงชาวศรีลังกาและหญิงชาวมาเลเซียในข้อหาใช้และสนับสนุนให้ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ ส่วนเด็กทั้งสองเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองเด็กและกลไกคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ก่อนประสานสถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาดำเนินการส่งกลับประเทศ

พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่า ปัจจุบันการปลอมและสวมอัตลักษณ์หนังสือเดินทางไม่ใช่การกระทำผิดเฉพาะรายอีกต่อไป แต่เป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีการแบ่งหน้าที่ ใช้หลายประเทศเป็นฐานปฏิบัติการ และอาศัยสนามบินนานาชาติเป็นช่องทางเคลื่อนย้ายบุคคลไปยังประเทศปลายทาง

ด้าน พ.ต.อ.พงศ์ธร กล่าวว่า ทุกด่านตรวจคนเข้าเมืองต้องมองคดีเอกสารปลอมให้ลึกกว่าการจับกุมเฉพาะหน้า เพราะผู้ต้องหาเพียงคนเดียวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงเครือข่ายอาชญากรรมระดับนานาชาติทั้งขบวนการ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่า จะเดินหน้าปราบปรามขบวนการปลอมหนังสือเดินทาง การสวมอัตลักษณ์ การลักลอบเดินทางไปประเทศที่สาม และการใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับสายการบิน ท่าอากาศยาน และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานความมั่นคงด้านการตรวจคนเข้าเมืองของไทยสู่ระดับสากล

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img