ป.ป.ส. คุมตัว สามี ภรรยา ไทย-ลาว รับจ้างส่งพัสดุซุกเฮโรอีน ได้ค่าจ้าง 8,000 บาท คดีแอร์สาวการบินไทย ทั้งคู่ปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน
วันที่ 3 ก.ค.2569 เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ทุ่งสองห้อง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ควบคุมตัวนายอาทิตย์ อายุ 43 ปี ชาวไทย และนางทัดสะพอน อายุ 42 ปี ชาวลาว เป็นสามีภรรยา เข้าสู่กระบวนการสอบสวน หลังพบพฤติการณ์รับจ้างส่งพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดประเภทเฮโรอีน โดยระหว่างคุมตัวลงจากรถ มายัง ป.ป.ส.ทุ่งสองห้อง เพื่อเข้าห้องสอบสวน ทั้งคู่มีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน
น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยว่า จากการเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ ทั้งย่านรางน้ำและรามคำแหง ทำให้พบกล่องพัสดุ และเมื่อตรวจสอบกล่องพัสดุของกลุ่มผู้ต้องหา เมื่อทำการตรวจสอบไปถึงยังผู้ส่ง พบว่ามาจาก อ.เชียงคาน จ.เลย พบว่าเป็นของสองสามีภรรยา ทำหน้าที่ส่งพัสดุลักลอบขนเฮโรอีนเข้ามายังกรุงเทพฯ
จากการเข้าตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหาทั้งสอง ภายในบ้านไม่พบสิ่งผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาสอบปากคำ ก่อนทราบว่าภรรยาเป็นชาวลาว ส่วนสามีเป็นคนไทย มีหน้าที่รับกล่องพัสดุสำเร็จรูปไปส่งที่ไปรษณีย์ โดยกล่องพัสดุถูกจัดเตรียมมาจากประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ส่วนผู้ต้องหาทั้งสองจะทราบหรือไม่ว่าภายในกล่องมีสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากภรรยาเป็นชาวลาว จึงต้องตรวจสอบต่อว่า รู้จักหรือเชื่อมโยงกับขบวนการในต่างประเทศได้อย่างไร
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าทั้งสองคนได้รับค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาท ภายในพัสดุมีการซุกซ่อนเฮโรอีนไว้ในเนื้อผ้า กระเป๋าผ้า และสินค้าไทยหลายรายการ เพื่ออำพรางการตรวจสอบ ก่อนส่งมายังกรุงเทพฯ และกระจายไปยังหลายพื้นที่
เมื่อถามว่าการจับกุมผู้ต้องหาสองสามีภรรยาเกี่ยวข้องกับคดีแอร์สาว “มินา” หรือไม่ น.ส.อารีภักดิ์ ระบุว่า เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองน่าจะอยู่ในขบวนการที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมเมื่อวานที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับคดีแอร์สาวมินา
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า ยอมรับว่ามีแอร์โฮสเตสเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเชื่อมโยงกับแอร์โฮสเตสที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่จ.ฉะเชิงเทรา ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นขบวนการเดียวกันหรือไม่
นอกจากนี้ จากการเปิดปฏิบัติการในพื้นที่ซอยรางน้ำเมื่อวานที่ผ่านมา ยังพบแอร์โฮสเตสอีก 1 คน เข้าไปเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างหาความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายของแอร์มินาหรือไม่ หลังพบเส้นทางการโอนเงินกลับไปยังเครือข่ายเฮโรอีน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่าบุคคลดังกล่าวตกเป็นเหยื่อหรือรู้เห็นกับขบวนการ เนื่องจากมีการโอนเงินในลักษณะอำพรางเพื่อหลอกล่อ

