วันนี้ (2 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางลงพื้นที่ ณ ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าคดีความมั่นคง โดยเฉพาะกรณีเหตุระเบิดปั้มน้ำมันในพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี โดยมี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, ผู้บังคับการตำรวจภูธรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหัวหน้าหน่วยกำลังในพื้นที่ ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ในส่วนของงานสืบสวนสอบสวนได้สั่งการให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งเดินหน้าขยายผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในขณะนี้การสอบสวนมีความคืบหน้าไปมาก โดยเจ้าหน้าที่เริ่มทราบข้อมูลสำคัญ ทั้งจำนวนกลุ่มผู้ก่อเหตุ อาวุธที่ใช้ในการลงมือ รวมถึงพฤติการณ์และวิธีการที่คนร้ายใช้แล้ว อย่างไรก็ตาม คดีในลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม ซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

นอกจากนี้ ผบ.ตร. กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการมารับฟังรายงานและร่วมประเมินมาตรการป้องกันเหตุของตำรวจภูธรภาค 9 และหน่วยงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด มีการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ครอบคลุม 18 อำเภอ ซึ่งในทางปฏิบัติ ฝ่ายตำรวจจะต้องขึ้นตรงการบังคับบัญชาทางยุทธการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการวางแผนการปฏิบัติงานไว้มากพอสมควรแล้ว ซึ่งในการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ได้เน้นย้ำและให้คำแนะนำในเรื่องของเทคนิควิธีปฏิบัติ โดยสั่งให้นำข้อมูลและสถิติการเกิดเหตุในอดีตมาทำการวิเคราะห์แยกแยะในรูปแบบใหม่ นำมาปรับใช้ในการวางแผน เพื่อยับยั้งและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น สร้างความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงตัวเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งหน่วยงานความมั่นคงและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่
สำหรับมาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่นั้น ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้วิธีการเข้าพบและพูดคุยกับผู้ประกอบการโดยตรง โดยให้จำแนกและแบ่งออกเป็นกลุ่มประเภทธุรกิจต่างๆ จากนั้นร่วมกันหารือถึงมาตรการป้องกัน การติดตั้งเครื่องมือ และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆ เพื่อให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการมีความเข้าใจตรงกันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีแผนการป้องกันอย่างไร และต้องการความร่วมมือในส่วนใดบ้างจากภาคเอกชน และความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุด

ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดที่มีพฤติกรรมไม่ดี หรือประพฤติมิชอบ ขอให้แจ้งเรื่องเข้ามาได้ทันที โดยจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นคนดี จึงอยากให้อาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่เคยส่งผลดีต่อฝ่ายใด มีแต่จะนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสและพิการทุพพลภาพ ทั้งฝั่งประชาชนและเจ้าหน้าที่ เราทุกคนต่างก็เป็นคนไทยด้วยกัน ควรหันมาร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในส่วนของตำรวจ ขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อคืนความสงบเรียบร้อยให้แก่พื้นที่อย่างดีที่สุด
จากนั้น ผบ.ตร. ได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจ ส.ต.ท.ปรภัทร วงษ์รวยดี ผบ.หมู่ ฉก.ตชด.442 กก.ตชด.44 ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิด ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา โดย ผบ.ตร.ได้มอบเงินและสิ่งของบำรุงขวัญ และขอบคุณในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดูแลสวัสดิการและการรักษาพยาบาลอย่างดีที่สุด

