จากกรณีที่ตำรวจบก.ปคม.ทำการจับกุมเครือข่ายขบวนการรับจ้างตั้งครรภ์ของนายจ้าว หราน นายทุนชาวจีน ที่มีตัวแทนนายหน้าหาหญิงชาวไทยมาตั้งครรภ์ โดยมีคนที่เข้าไปสมัครทั้งรับตั้งครรภ์และขายไข่เพื่อใช้ในการปฏิสนธิ เมื่อเดือนก.พ.ปี 2563 โดยผู้หญิงที่รับตั้งครรภ์จะมีรายได้คนละ 400,000-450,000 บาทโดยมีพฤติกรรมคือ เมื่อมีผู้รับว่าจ้างตั้งครรภ์ทางนายหน้าและแพทย์ที่เป็นจำเลยจะพาหญิงคนดังกล่าวไปฝังไข่ที่ประเทศลาวหรือกัมพูชา จากนั้นจะกลับมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย และพักฟื้นในบ้านของนายทุนชาวจีนย่านลาดพร้าวทั้งก่อนคลอดและหลังคลอด เมื่อใกล้กำหนดคลอดจะเดินทางไปยังประเทศจีน โดยคดีนี้ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาจำคุกนายจ้าว หราน กับพวกกลุ่มนายทุนเป็นเวลา 50 ปี และแยกฟ้องกับกลุ่มแพทย์พร้อมทีมนายหน้า
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จำเลยในคดี “หมิ่นประมาท” ได้เดินทางมาศาล เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำ อ.2639/2564 ระหว่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นโจทก์ ฟ้อง ที่ห้องพิจารณาคดี 608 ศาลอาญา โดยคนดีนี้ในศาลชั้นศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง และศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำพิพากษาในวันนี้ (2 ก.ค.) และในเวลา 10.00 น. พ.อ.นพ.ชนินทร์ อัศวธเรศ จำเลยในคดี “อุ้มบุญ 2” ก็ได้เดินทางมาศาลเช่นกัน เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.1303/2567 หรือคดี “อุ้มบุญ 2” ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.อ.นพ.ชนินทร์ อัศวธเรศ และพวกรวม 10 คน จำเลยในความผิดฐานมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันดำนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า, นำเข้าหรือส่งออกซึ่งไข่ตัวอ่อนอสุจิและไข่มนุษย์ ที่ห้องพิจารณา 904
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงเวลาศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นสูตินารีแพทย์มีความตระหนักรู้ถึงการกระทำทั้งการตั้งครรภ์แทนและการขายไข่เป็นความผิดร้ายแรง ขัดต่อจริยธรรมรวมถึงจรรยาบรรณวิชาชีพ แต่กลับหาทางหลีกเลี่ยงกฎหมายทำเหมือนร่างกายของมนุษย์เป็นวัตถุเพื่อประโยชน์ทางการค้า เห็นควรลงโทษสถานหนัก ส่วนจำเลยที่ 7-10 เป็นนายหน้ากระทำผิดระดับปฏิบัติการกระทบกับสิทธิเด็กอย่างมาก ซึ่งเด็กต้องถูกเลี้ยงดูโดยคนที่ไม่ใช่ครอบครัว ต้องเติบโตโดยมีบาดแผลทางใจไปตลอดชีวิตทำให้รัฐต้องดูแลเพิ่ม จำเลยที่ 1-4 และจำเลยที่ 7-10 กระทำความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกระทงความผิดไป
แต่คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างให้ลดโทษ 1 ใน 4 เห็นควรลงโทษตามความน่าตำหนิ จำเลยที่ 1 เป็นตัวการสำคัญในกระบวนการทำความผิดหลีกเลี่ยงการกระทำในประเทศแต่ก็ยังไปทำที่ต่างประเทศเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ทำโดยไม่คำนึงถึงชีวิตและจริยธรรมทั้งๆ ที่เป็นแพทย์ แต่กลับแสวงหาหนทางเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ลงโทษจำคุก 15 ปี จำเลยที่ 2 จำคุก 13 ปี จำเลยที่ 3 จำคุก 10 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 4 จำคุก 13 ปี 6 เดือน จำเลยที่7 จำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 8 จำคุก 13 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 9 4 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 10 จำคุก 10 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 5 และ 6 ศาลพิพากษายกฟ้อง
ในส่วนคดีของนาย อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จำเลยในคดี “หมิ่นประมาท” ศาลไม่มีการพิพากษาแต่อย่างใด เนื่องจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้เป็นโจทก์ยังไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียมตามขั้นตอนระบบของศาลแต่อย่างใด

