กทม.ผนึก 6 หน่วยงาน เดินหน้าปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” ล้างขบวนการทุจริตย้ายต่างด้าวเข้าแฟลตดินแดง พบผิดปกติ 140 ราย จับแล้ว 7 ราย รวมเจ้าหน้าที่ กทม. 3 คน เตรียมสอบวินัยร้ายแรงควบคู่คดีอาญา พร้อมขยายผลตรวจห้องเสี่ยงอีก 5,700 ห้อง ลั่นพบคนผิดไม่มีละเว้น

(18 ส.ค. 69) พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการร่วมปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เพื่อจับกุมเครือข่ายทุจริตกรณีแจ้งย้ายที่อยู่คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเข้าทะเบียนบ้านในแฟลตดินแดง เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ทำบัตรครั้งแรก) ว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้รับการประสานข้อมูลจากชุดปฏิบัติการคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) กรมการปกครอง ว่ามีเจ้าหน้าที่ของ กทม. เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านทะเบียนในแฟลตที่พักแห่งหนึ่งในเขตดินแดง โดยพบข้อมูลการย้ายเข้าของบุคคลต่างด้าวที่ถือบัตรสีชมพู ซึ่งมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 7 ในจำนวนที่ผิดปกติ
เมื่อได้รับการประสานข้อมูล กทม. ได้รับทราบกำหนดการปฏิบัติการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบเป็นระยะ โดยในขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่รายใดมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงให้ตำรวจ กรมการปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ท. ดำเนินการสืบสวนตามกระบวนการ พร้อมทั้งประสานนายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งกำกับดูแลงานด้านการปกครองและทะเบียน เพื่อเตรียมความพร้อมและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

สำหรับเจ้าหน้าที่ กทม. ที่ถูกจับกุม 3 ราย จะต้องดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัย โดยคดีอาญาจะดำเนินการตามข้อกล่าวหาที่แจ้ง ส่วนการดำเนินการทางวินัยจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และระหว่างการดำเนินการจะพิจารณาคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามระเบียบ
ขณะเดียวกัน กทม. ได้สั่งการให้ตรวจสอบว่ามีพื้นที่หรือสำนักงานเขตอื่นที่มีลักษณะการดำเนินการผิดปกติในลักษณะเดียวกันหรือไม่ โดยเฉพาะข้อมูลการออกบัตรสีชมพูและการแจ้งย้ายเข้าของบุคคลจำนวนมากผิดปกติ ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและปลัดกรุงเทพมหานครจะหารือแนวทางดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อกำหนดขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของแต่ละพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดเป็นเพียงบางส่วน ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ กทม. ทั้งหมดมีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน กรุงเทพมหานครมีสำนักงานเขต 50 เขต ซึ่งเป็นหน่วยงานด่านหน้าที่ให้บริการประชาชนในเรื่องสำคัญตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ จนถึงเสียชีวิต โดยงานทะเบียนและการปกครองของกรุงเทพมหานครยึดกฎหมายและระเบียบของกรมการปกครองเป็นหลัก
สำหรับสำนักงานเขตที่พบข้อมูลหรือสัญญาณผิดปกติ กทม. จะไม่ใช้วิธีสุ่มตรวจ แต่จะดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก ทั้งข้อมูลการออกบัตรสีชมพู การแจ้งย้ายเข้า และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานกรมการปกครองทำงานควบคู่กัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงผู้เกี่ยวข้องได้อย่างครบถ้วน
ทั้งนี้ การตรวจสอบจะมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงหรือมีข้อมูลผิดปกติ โดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบทุกเขต เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีบริบทแตกต่างกัน และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ยึดมั่นในกฎหมาย ระเบียบ และวินัย อย่างไรก็ตาม หากพบเจ้าหน้าที่รายใดรู้เห็นเป็นใจ ช่วยเหลือกัน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบ กรุงเทพมหานครจะดำเนินการอย่างเต็มที่และไม่ละเว้นอย่างแน่นอน

“สิ่งสำคัญคือการปรับทัศนคติและรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการให้บริการประชาชนและคนต่างด้าว จะต้องไม่ใช้วิธีการที่ง่ายหรือขาดความรอบคอบในกรณีที่อาจกระทบต่อความมั่นคงหรือสิทธิของประชาชน โดยอ้างเหตุผลเรื่องการอำนวยความสะดวก แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลและเอกสารอย่างรอบคอบก่อนอนุมัติ รวมถึงกำหนดขั้นตอนและผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยให้ผู้อำนวยการเขตรับทราบและมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล” ทปษ.อดิศร์ กล่าว
ที่มาของปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง”
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้รับแจ้งจากสำนักงาน ป.ป.ท. กรณีขอให้ตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกับนายหน้านำคนต่างด้าวย้ายเข้าทะเบียนบ้านของห้องพักอาคารแฟลตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือไม่
จากการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ร่วมกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และสำนักงาน ป.ป.ท. รวมทั้งการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการแจ้งย้ายที่อยู่ของคนต่างด้าวจากระบบทะเบียนราษฎร พบว่า น.ส.ณา (เจ้าบ้าน) ได้มอบบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านให้ น.ส.ยา (นายหน้า) เพื่อแลกกับเงินจำนวน 5,000 บาท โดยผ่านนางษี (พี่สาวของ น.ส.ณา) โดย น.ส.ณา ไม่ทราบว่า น.ส.ยา ได้นำบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของตนไปใช้แจ้งย้ายคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังพบว่า น.ส.ยา (นายหน้า) มีพฤติการณ์ปลอมลายมือชื่อของ น.ส.ณา (เจ้าบ้าน) ในเอกสารคำร้องแจ้งการย้ายที่อยู่ และแบบรับรองการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ขณะที่ น.ส.แพร (หลานของ น.ส.ยา) ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการนายหน้า ได้ลงลายมือชื่อของตนเองและปลอมลายมือชื่อของ น.ส.พลอย เพื่อเป็นพยานในแบบรับรองการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์แจ้งย้ายที่อยู่โดยมิชอบเข้าทะเบียนบ้านของแฟลตดินแดง จำนวน 3 ห้อง รวมทั้งสิ้น 140 คน โดยในช่วงปี พ.ศ. 2567 พบการแจ้งย้ายคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านของแฟลตดินแดงเป็นจำนวนมากผิดปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนการย้ายเข้าในช่วงปีอื่น ๆ
จากพฤติการณ์ดังกล่าวเชื่อได้ว่า ขบวนการนายหน้าอาจได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดำเนินการ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับแจ้งย้ายเข้าไม่ได้ดำเนินการสอบสวนพยานบุคคลเพื่อรับรองการอยู่อาศัย ไม่ได้ตรวจสอบว่ามีการพักอาศัยอยู่จริง และไม่ได้ยุติการรับแจ้งย้ายคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน เมื่อระบบทะเบียนราษฎรแจ้งเตือนความผิดปกติเกี่ยวกับจำนวนการรับแจ้งย้ายเข้า
นอกจากนี้ ยังพบว่า น.ส.ยา (นายหน้า) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวและมีพฤติการณ์เป็นนายหน้ารับย้ายคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านของแฟลตดินแดงอีกหลายราย รวมถึงพบแฟลตดินแดงอีกหลายห้องที่มีพฤติการณ์ย้ายคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านเพื่อจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” ตรวจสอบเครือข่ายทุจริต
วันนี้ (18 ส.ค. 69) ภายใต้การอำนวยการของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการ ศปชก.ตร. และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ชุดบูรณาการร่วม 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1. กรุงเทพมหานคร 2. กรมการปกครอง 3. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) 4. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 5. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ 6. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เพื่อจับกุมเครือข่ายทุจริตกรณีแจ้งย้ายที่อยู่คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเข้าแฟลตดินแดง เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ทำบัตรครั้งแรก)
โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 7 คน สำหรับรายการที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการกระทำผิดจริง จำนวน 140 รายการ กรมการปกครองได้ประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการจำหน่าย ยกเลิก หรือเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ดำเนินการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาต่อไป
นอกจากนี้ จากการประมวลผลข้อมูลห้องพักของแฟลตดินแดงเพิ่มเติมจำนวน 5,700 ห้อง พบว่ายังมีห้องพักที่มีคนต่างด้าวอาศัยอยู่เกิน 16 คน จำนวน 44 ห้อง รวม 1,300 คน กรมการปกครองจะดำเนินการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการจำหน่าย ยกเลิก หรือเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ทุจริตต่อไป

