หน้าแรกบทความเงียบ… เงียบ…และก็เงียบเป็นเป่าสาก..!!!!

เงียบ… เงียบ…และก็เงียบเป็นเป่าสาก..!!!!

แม้ว”พักโทษ-ติดคุก-พ้นโทษผลสอบ 2 หมอพันชั้น 14 ถูกดึงเช็ง สังคมสีกากีคาใจกรรมการเจอสั่งให้ลากยาว ?   

เห็นความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปร่วมฉลองวันเกิดให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ ฮ่องกง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา   

ทำให้นึกถึงมหากาพย์ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ที่นายทักษิณ ไปนอนรักษาตัวหลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคดีทุจริต ที่ถูกตั้งคำถามว่าป่วยจริงหรือป่วยทิพย์ ส่งผลให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องถูกลงลงทัณฑ์กันถ้วนหน้า                  

แม้นายทักษิณ จะได้รับการพักโทษออกจากโรงพยาบาล ยังเจอวิบากกรรมกลับไปนอนคุกอีกหลายเดือน กระทั่งได้พักโทษติดกำไรอีเอ็มมาอยู่บ้านแล้วได้รับพระทานอภัยโทษ เป็นเหตุการณ์เกิดต่อเนื่องตั้งแต่สิงหาคม 2566 – มิถุนายน 2569           

นายทักษิณ พ้นโทษได้รับใบบริสุทธิ์ไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องยังต้องตามแก้ต่างที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูล บางคนถูกต้นสังกัดตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และหมอ 3 คนถูกแพทยสภาลงโทษ           

โดยเฉพาะหมอโรงพยาบาลตำรวจโดนหลายดอก คือ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหาจารุ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ยศในขณะนั้น ถูกแพทยสภามีมติสั่งพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568-31 ธันวาคม 2568 และพล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ถูกพักการใช้ใบอนุญาตฯเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 -31 มีนาคม 2569   

หลังแพทยสภามีมติลงโทษ เจอดอกสอง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร.มีคำสั่งที่ 371/2568 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามด้วยดอกสาม โดย ผบ.ตร.อ้างว่า เมื่อแพทยสภามีมติลงโทษพักใบอนุญาตฯประกอบกับอยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริง จึงเป็นเหตุให้ชวนสงสัยว่ามีข้าราชการตำรวจประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่ หากให้ปฏิบัติหน้าที่หน่วยงานเดิม อาจจะให้เกิดเสียหายได้     

จึงสั่งย้าย พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ ไปช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้ขาดจากตำแหน่งเดิม พร้อมสั่งยกเว้นการบังคับใช้ข้อ 11 ระเบียบ ตร.ว่าด้วยการช่วยราชการภายใน ตร. เป็นหลักเกณฑ์การสั่งให้ตำรวจไปช่วยราชการให้สั่งได้หลายครั้งรวมกันแล้วไม่เกินหนึ่งปี และให้พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกลูกิจ นายแพทย์ (สบ8) รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ)

ขณะที่ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ จากตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.จนได้รับการแต่งตั้งขยับขึ้นเป็น ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ติดยศ พล.ต.อ. ไปเรียบร้อยแล้ว     

จึงเกิดคำถามถึง คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ที่มี พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานฯ มี พล.ต.ท.กฤษฏา กาญจนอลงกรณ์ จเรตำรวจ พล.ต.ต.เจนกมล คำนวล ผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 8 พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการสนับสนุน เป็นกรรมการ   

เมื่อดูผลการทำงานของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงสีกากีเชิงตั้งคำถามว่ากำลังดึงเช็งหรือไม่ เพราะผ่านมาเกือบหนึ่งปีและสองหมอพ้นโทษพักใบอนุญาตแล้ว “ยังไม่ได้ข้อสรุปเลยว่า พล.ต.อ.นพ.โสภณรัชต์ และพล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ มีความผิดหรือไม่ ?”   

หากดูตามคำสั่งคณะกรรมการฯหาข้อมูลได้ไม่อยาก ทั้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำรวจ รายละเอียดผลสอบของแพทยสภา สามารถขอมาประกอบได้ และเป็นเพียงการสืบสวนข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ใช่การสอบสวนทางวินัยหรืออาญาที่ต้องอิงระเบียบต่าง ๆ และตัวบทกฎหมาย   

ดังนั้น ถ้ามองอย่างวิเคราะห์แล้วพอทำนายได้ว่าคณะกรรมการฯ ชุดนี้ไม่ต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฏในเร็ววัน ยื้อได้ให้ยื้อ เพราะถ้าให้จบแบบรวดเร็ว ในคำสั่งย้ายคงไม่ยกเว้นข้อ 11 ระเบียบ ตร.ว่าด้วยการช่วยราชการภายใน ตร.           

หากเป็นจริงตามที่วิเคราะห์ จะสร้างความเสียหายให้กับองค์กรตำรวจและผู้บริหาร ตร.เกือบทุกทาง อาทิความเสียหายที่เกิดกับโรงพยาบาลตำรวจที่ผู้นำไม่สามารถบริหารงานได้อย่างเต็มที่และมีเอกภาพ เนื่องจากเป็นแค่ผู้รักษาการแทนเท่านั้น หรือคณะกรรมการฯกลัวจะถูกผู้เสียหายเอาคืนด้วยฟ้องดำเนินคดี.?

ดังนั้น เพื่อยุติปัญหาต่าง ๆ ที่จะฉุดภาพลักษณ์องค์กรตำรวจที่ประชาชนและตำรวจด้วยกันเองกำลังให้ความเชื่อถือ กลับไปดิ่งเหวอีก นายกอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรต้องสั่งกำชับให้ ตร. สั่งคณะสอบสวนฯรวบรวมข้อมูลพร้อมสรุปผลเสนอโดยเร็ว หากปล่อยนานวันเกษียณอายุอาจจะได้ก้อนอิฐมากกว่าดอกไม้ก็เป็นได้ !!! 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img