เงียบ… เงียบ…และก็เงียบเป็นเป่าสาก..!!!!

แม้ว”พักโทษ-ติดคุก-พ้นโทษผลสอบ 2 หมอพันชั้น 14 ถูกดึงเช็ง สังคมสีกากีคาใจกรรมการเจอสั่งให้ลากยาว ?   

ภาพตัดต่อข่าวคดีหมอชั้น 14 มีภาพชายยิ้มสวมแจ็คเก็ตสีดำและหญิงสาวอยู่ด้านบน เตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลพร้อมสายน้ำเกลือ และเงาชายนั่งอยู่ในห้องขัง ตรงกลางมีชายสวมเสื้อกาวน์แพทย์สีขาวและชายสวมสูทผูกเนคไทสีเหลือง กับภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจประชุมกัน ด้านล่างมีนาฬิกาทราย แฟ้มเอกสารกองสูง กระดานหมากรุก ค้อนของผู้พิพากษา และหูฟังแพทย์ มุมขวาบนมีโลโก้ไทยแทบลอยด์

เห็นความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปร่วมฉลองวันเกิดให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ ฮ่องกง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา   

ย้อนไทม์ไลน์คดีทักษิณชั้น14ถึงการลงโทษ2นายแพทย์

ทำให้นึกถึงมหากาพย์ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ที่นายทักษิณ ไปนอนรักษาตัวหลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคดีทุจริต ที่ถูกตั้งคำถามว่าป่วยจริงหรือป่วยทิพย์ ส่งผลให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องถูกลงทัณฑ์กันถ้วนหน้า                  

แม้นายทักษิณ จะได้รับการพักโทษออกจากโรงพยาบาล ยังเจอวิบากกรรมกลับไปนอนคุกอีกหลายเดือน กระทั่งได้พักโทษติดกำไรอีเอ็มมาอยู่บ้านแล้วได้รับพระราชทานอภัยโทษ เป็นเหตุการณ์เกิดต่อเนื่องตั้งแต่สิงหาคม 2566 – มิถุนายน 2569           

นายทักษิณ พ้นโทษได้รับใบบริสุทธิ์ไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องยังต้องตามแก้ต่างที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูล บางคนถูกต้นสังกัดตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และหมอ 3 คนถูกแพทยสภาลงโทษ           

โดยเฉพาะหมอโรงพยาบาลตำรวจโดนหลายดอก คือ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหาจารุ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ยศในขณะนั้น ถูกแพทยสภามีมติสั่งพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568-31 ธันวาคม 2568 และพล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ถูกพักการใช้ใบอนุญาตฯเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 -31 มีนาคม 2569   

หลังแพทยสภามีมติลงโทษ เจอดอกสอง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร.มีคำสั่งที่ 371/2568 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามด้วยดอกสาม โดย ผบ.ตร.อ้างว่า เมื่อแพทยสภามีมติลงโทษพักใบอนุญาตฯประกอบกับอยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริง จึงเป็นเหตุให้ชวนสงสัยว่ามีข้าราชการตำรวจประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่ หากให้ปฏิบัติหน้าที่หน่วยงานเดิม อาจจะให้เกิดเสียหายได้     

จึงสั่งย้าย พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ ไปช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้ขาดจากตำแหน่งเดิม พร้อมสั่งยกเว้นการบังคับใช้ข้อ 11 ระเบียบ ตร.ว่าด้วยการช่วยราชการภายใน ตร. เป็นหลักเกณฑ์การสั่งให้ตำรวจไปช่วยราชการให้สั่งได้หลายครั้งรวมกันแล้วไม่เกินหนึ่งปี และให้พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกลูกิจ นายแพทย์ (สบ8) รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ)

ขณะที่ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ จากตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.จนได้รับการแต่งตั้งขยับขึ้นเป็น ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ติดยศ พล.ต.อ. ไปเรียบร้อยแล้ว     

จึงเกิดคำถามถึง คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ที่มี พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานฯ มี พล.ต.ท.กฤษฏา กาญจนอลงกรณ์ จเรตำรวจ พล.ต.ต.เจนกมล คำนวล ผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 8 พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการสนับสนุน เป็นกรรมการ   

คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงล่าช้าเพราะเหตุใด

เมื่อดูผลการทำงานของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงสีกากีเชิงตั้งคำถามว่ากำลังดึงเช็งหรือไม่ เพราะผ่านมาเกือบหนึ่งปีและสองหมอพ้นโทษพักใบอนุญาตแล้ว “ยังไม่ได้ข้อสรุปเลยว่า พล.ต.อ.นพ.โสภณรัชต์ และพล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ มีความผิดหรือไม่ ?”   

หากดูตามคำสั่งคณะกรรมการฯหาข้อมูลได้ไม่ยาก ทั้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำรวจ รายละเอียดผลสอบของแพทยสภา สามารถขอมาประกอบได้ และเป็นเพียงการสืบสวนข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ใช่การสอบสวนทางวินัยหรืออาญาที่ต้องอิงระเบียบต่าง ๆ และตัวบทกฎหมาย   

ดังนั้น ถ้ามองอย่างวิเคราะห์แล้วพอทำนายได้ว่าคณะกรรมการฯ ชุดนี้ไม่ต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฏในเร็ววัน ยื้อได้ให้ยื้อ เพราะถ้าให้จบแบบรวดเร็ว ในคำสั่งย้ายคงไม่ยกเว้นข้อ 11 ระเบียบ ตร.ว่าด้วยการช่วยราชการภายใน ตร.           

หากเป็นจริงตามที่วิเคราะห์ จะสร้างความเสียหายให้กับองค์กรตำรวจและผู้บริหาร ตร.เกือบทุกทาง อาทิความเสียหายที่เกิดกับโรงพยาบาลตำรวจที่ผู้นำไม่สามารถบริหารงานได้อย่างเต็มที่และมีเอกภาพ เนื่องจากเป็นแค่ผู้รักษาการแทนเท่านั้น หรือคณะกรรมการฯกลัวจะถูกผู้เสียหายเอาคืนด้วยฟ้องดำเนินคดี.?

ข้อเรียกร้องให้อนุทินเร่งให้ตร.สรุปผลโดยเร็ว

ดังนั้น เพื่อยุติปัญหาต่าง ๆ ที่จะฉุดภาพลักษณ์องค์กรตำรวจที่ประชาชนและตำรวจด้วยกันเองกำลังให้ความเชื่อถือ กลับไปดิ่งเหวอีก นายกอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรต้องสั่งกำชับให้ ตร. สั่งคณะสอบสวนฯรวบรวมข้อมูลพร้อมสรุปผลเสนอโดยเร็ว หากปล่อยนานวันเกษียณอายุอาจจะได้ก้อนอิฐมากกว่าดอกไม้ก็เป็นได้ !!! 

โลโก้ลายเซ็นคอลัมนิสต์ เขียนเป็นคำว่า ประดู่แดง ด้วยตัวอักษรสีแดง