หน้าแรกบทความนโยบายปราบยายังไม่เป็นโล้เป็นพาย ”อนุทิน” มองแค่มิติเดียว-ขรก.เกียร์ว่าง วงประชุมผู้ว่าฯสะท้อนภาพทีมเวิร์คเหลว

นโยบายปราบยายังไม่เป็นโล้เป็นพาย ”อนุทิน” มองแค่มิติเดียว-ขรก.เกียร์ว่าง วงประชุมผู้ว่าฯสะท้อนภาพทีมเวิร์คเหลว

ถ้าถามประชาชนค่อนประเทศว่าการแพร่ระบาดของยาเสพติดรุนแรงแค่ไหน น่าเป็นห่วงไหม ? คงจะได้คำตอบเดียวกันว่าทั้งรุนแรงและน่าห่วงอนาคตของประเทศมาก 

หากดูข่าวที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย ประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ จะเกิดอาการน่าห่วงแบบหนักหน่วง เพราะนายอนุทินไม่ได้แสดงบทบาทนักบริหารมืออาชีพให้เห็นเลย นอกจากคำสบถอาทิปัญญาอ่อน มีที่ไหนรองผู้ว่าฯ กล้าสั่งย้ายผู้ว่าฯ

สะท้อนได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งนายอนุทิน สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จัดการกับพวกมาเฟียหรือที่นายอนุทินเรียกว่าไอ้กุ๊ย รุกเขตอุทยานแห่งชาติ ไร้ความคืบหน้า แต่กลับมีภาพความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าฯ กับรองผู้ว่าฯ มาแทน พร้อมเสียงนินทาเกี่ยวกับผลประโยชน์เอื้อให้กับผู้อิทธิพล กระทั่งนำไปสู่การเด้งด่วนทั้งรองผู้ว่าฯและผู้ว่าฯ

จากปรากฏการณ์ดังกล่าวบ่งบอกได้ว่าเพียงแค่หน้างานเดียว ผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ยังจัดการไม่ได้เลย พูดภาษาชาวบ้านคำสั่งนายอนุทินไร้น้ำยา บทขึงขังเรียกไอ้กุ๊ยแค่คอนเทนต์

จึงอดห่วงไม่ได้ว่านโยบายแก้ไขการแพร่ระบาดยาเสพติด เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศและนายอนุทิน ประกาศยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ใช้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นกลไกขับเคลื่อน มีศักยภาพพอที่จะรับมือได้หรือไม่ ?

เพราะการแก้ไขปัญหายาเสพติดในบรรลุผลต้องแก้ในทุกมิติ ทั้งบำบัดและปราบปราม เริ่มจากคัดกรองผู้เสพ นำเข้าบำบัด ต้องใช้สถานที่พิเศษอาทิ ค่ายทหาร และค่ายตชด. เป็นต้น ทีมงานบำบัดประกอบจากหลายภาคส่วน อาทิ หมอ นักจิตวิทยา ครูฝึกฟื้นสภาพร่างกาย อาหารการกิน และฝึกอาชีพ เป็นต้น 

ขณะเดียวกันการปราบปรามต้องทำควบคู่ไปด้วย เพื่อจัดสิ่งแวดล้อมใหม่ ด้วยการจัดการพ่อค้ายาทั้งรายเล็กรายใหญ่ในชุมชนแบบเฉียดขาด เมื่อผู้บำบัดกลับออกมาจะได้เจอกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ไร้ยาเสพติดเพราะผู้ค้าถูกจับหรือถูกส่งให้ไปเกิดใหม่ ผู้เสพที่ผ่านการบำบัดจะไม่กลับไปเสพซ้ำอีก  

แต่ปัจจุบันภาพเหล่านี้มิได้ปรากฏให้เห็นแต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ยังไม่มีกึ๋นพอหรืออาจจะยังไม่เข้าใจถึงวัฏจักรของยาเสพติดที่ดีพอ หรือยังจมปลักกับนโยบายกัญชาเสรี ที่พรรคภูมิใจไทย ผลักดันเลยไม่กล้าขยับ

ถ้ารัฐบาลเข้าใจปัญหาจริง โฆษกรัฐบาลคงไม่แถลงข่าวเฉพาะผลการจับกุมว่าช่วง 1 เมษายน-10 มิถุนายนจับยาบ้าได้กว่า 272 ล้านเม็ด อายัดทรัพย์กว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท เท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วควรแถลงผลงานการบำบัดและผลการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดในชุมชุนควบคู่ไปด้วย 

หากโฆษกรัฐบาลอยากรู้ว่าชาวบ้านคิดอย่างไร ลองอ่านท้ายข่าวที่สื่อนำเสนอจะพบว่ามีแต่คอมเมนต์เยาะเย้ยมากกว่าชื่นชม อาทิ ขำไหม ยิ่งปราบยิ่งเยอะ หรือ คนเสพคนค้าเพิ่มขึ้น สวนทางกับปริมาณที่จับ หรือปราบจริงๆ จะล้นประเทศอยู่แล้ว 555 เป็นต้น

ขอยกตัวอย่างถึงข้อบ่งชี้ว่านโยบายรัฐบาลไม่ได้ซึมลึกลงไปถึงผู้ปฏิบัติ  กรณีตำรวจโรงพักแห่งหนึ่งในบุรีรัมย์ รับแจ้งจากพนักงานสะดวกซื้อว่าพบยาบ้า 5 เม็ดหล่นอยู่ในร้าน ตำรวจสายตรวจ 5 นายเข้าตรวจพบว่ายาบ้าสีส้ม 5 เม็ดใส่ถุงพลาสติก พลเมืองดีพยายามแจ้งเบาะแสคนร้าย แต่ตำรวจกลับบอกด้วยอารมณ์ไม่พอใจว่า ”ที่นี่มีกล้อง ดูแป๊ปเดียวก็รู้ พี่มีอะไรหรือเปล่า” ตำรวจยังไม่พอใจมีท่าเกรี้ยวกราด จ้องตาเขม็ง พร้อมต่อว่าพลเมืองดีว่า ”คุณไปเป็นพยานในศาลไหม” ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ผู้อยู่ในเหตุการณ์ต่างมึนงง เพราะทุกคนอยากเป็นหูเป็นตาให้ตำรวจ ถูกต่อว่าแบบนี้ใครจะไปกล้าแจ้งเบาะแส  หรืออีกตัวอย่างสะท้อนว่ายาเสพติดได้ทะลวงลึกไปทำลายเยาวชนแล้ว กรณีเด็กชาย ป.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ถือมีดพร้าไล่ฟันครู เพราะโกรธที่ไม้บรรทัดหาย สอบลึกลงไปพบว่าเด็กมีอาการทางจิตต้องกินยาระงับประสาท ผลมาจากแม่เสพยาขณะตั้งครรภ์ และอาศัยกับพ่อที่ติดยาเสพติด 

หรือกรณีนายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ ส.ว.ตั้งกระทู้ถามพล.ต.ท.รุทธพล เนวรัตน์ รัฐมนตรีว่ากากระทรวงยุติธรรมถึงแนวทางการปราบปรามยาเสพติดตอนหนึ่งระบุว่า ”งานเฟสติวัลต่างๆ ผมเข้าไปลองเข้าไปดูว่ามีการเสพยาหรือไม่ โดยเฉพาะเทศกาลดนตรีพบว่าเสพยากันต่อหน้า ขอฝากถึงรัฐมนตรีฯ ว่าการจัดงานใหญ่ๆ ในประเทศ หากอยากแก้ปัญหาจริงควรบุกจับตรวจค้นอย่างจริง รับรองว่ามียาเสพติดแน่นอนและเยอะมาก ผมท้าเลยถ้าเข้าไปตรวจไม่เจอผมลาออก แต่ถ้ามีท่านลาออก”

พล.ต.ท.รุทธพล สวนกลับว่า ”ถ้าไปตรวจเจอแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลาออก ผมคงต้องลาออกตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลย”

จากข้อมูลที่นำเสนอบ่งบอกได้ว่าการแพร่ระบาดยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่พอกับปัญหาปากท้องที่อาจจะนำชาติไปสู่หายนะได้ จึงขอสื่อสารไปถึงนายอนุทิน ว่าเอาจริงได้แล้ว อย่ามัวแต่เล่นดนตรีสร้างคอนเทนต์แบบตลกคาเฟ่ไปวันๆ อยู่เลย!!! 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img